#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/541381

คุยกัน7วันหน : การระบาดระลอกสอง กับการระบาดระลอกใหม่
วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 07.30 น.
หลายคนสงสัยอะไรคือการระบาดระลอกใหม่ ทำไมไม่เรียกว่า ระบาดระลอกสอง ต่างกันอย่างไร เพราะอะไรจึงเรียกว่าการระบาดระลอกใหม่
เว็บไซต์บรรษัทกระจายเสียงอังกฤษ หรือ บีบีซี เคยลงบทความในเดือนมิถุนายนตั้งหัวเรื่องว่า “ไวรัสโคโรนา : อะไรคือการระบาดระลอกสองและการระบาดที่ว่ากำลังจะมาถึงหรือไม่” เป็นช่วงที่ผู้เชี่ยวชาญในสหราชอาณาจักรเตือนคณะรัฐมนตรีให้เตรียมรับมือกับการระบาดระลอกสองหลังจากมีมติให้ผ่อนคลายมาตรการจำกัดไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม บีบีซีอ้างถึงไข้หวัดสเปนเมื่อศตวรรษก่อนว่า การระบาดระลอกสองร้ายแรงกว่าระลอกแรก
เมื่อพูดถึงคำว่า “ระลอก” ให้นึกถึงคลื่นในทะเล ยอดผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นแล้วลดลงในแต่ละรอบเรียกได้ว่าเป็นการระบาดในแต่ละระลอก แต่ไม่มีคำจำกัดความในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ
ดร.ไมเคิล ทิลเดสลีย์ มหาวิทยาลัยวอริค อธิบายกับบีบีซีในเวลานั้นว่า ไม่มีการให้คำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์อย่างเฉพาะเจาะจงว่า ระลอกการระบาดหมายถึงอะไร เป็นเพียงการจำกัดความตามอำเภอใจเท่านั้น บางคนเรียกจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นว่าเป็นการระบาดระลอกสองแต่หลายครั้งเป็นการระบาดระลอกแรกที่ยังไม่นิ่ง ดังที่เกิดขึ้นในสหรัฐ การจะสรุปว่า การระบาดระลอกใดๆสิ้นสุดแล้ว เชื้อไวรัสจะต้องถูกควบคุมได้และยอดผู้ป่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การระบาดระลอกสองจะเริ่มขึ้นเมื่อผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรณีของนิวซีแลนด์ที่พบผู้ป่วยคนแรกในรอบ 24 วัน หรือกรุงปักกิ่ง ของจีน ที่เกิดการระบาดหลังปลอดไวรัส 50 วัน จึงไม่เข้าเกณฑ์นี้
ส่วนของไทย กรณีพบการระบาดคลัสเตอร์ใหญ่ที่จังหวัดสมุทรสงครามและสมุทรสาคร โฆษก ศบค. ที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ในการแถลงข่าววันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา บอกว่า“จากการหารือกับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การระบาดครั้งนี้ ไม่ใช่การระบาดระลอกสอง แต่เป็นการระบาดระลอกใหม่”
.jpg)
ทำเอาทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก ว่าตกลงแล้ว มันต่างกันยังไง
หากจะพิจารณาแล้ว การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกในขณะนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 ระบาดแล้วและยังระบาดอยู่ ที่เด่นๆ ก็ สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย บังกลาเทศ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
กลุ่มที่ 2 ระบาดแล้วคุมได้แล้ว และยังไม่ระบาดใหม่ เช่น จีน ไต้หวัน รวมทั้งอิตาลี สเปนและยุโรป หลายประเทศที่เคยระบาดหนักมาแล้ว
กลุ่มที่ 3 ระบาดแล้วคุมได้แล้ว และมีการระบาดระลอกใหม่แล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิสราเอล แม้จะยังไม่ชัด แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงเท่าหรือมากกว่าเก่า ซึ่งหากวัดจากคำแถลงของ โฆษก ศบค.เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็นับได้ว่าประเทศไทยเข้าสู่กลุ่มที่สามแล้ว
ความรุนแรงของการระบาดจะขึ้นกับว่า เราจะเปิดเมืองและเปิดประเทศอย่างไร เร็วและระมัดระวังแค่ไหน และมีเงื่อนไขอย่างไร และเข้มงวดกับเงื่อนไขแค่ไหน ขีดความสามารถในการสอบสวนหาคนติดเชื้อและผู้สัมผัสโรค เพื่อนำไปรักษา แยกโรคและกักตัว จะมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ประชาชนยังมั่นคงในความร่วมมือกันที่จะป้องกัน การระบาดแบบที่เราทำได้ดีมาตลอด 4-5 เดือน ได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งการอาจมีการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด เหมือนที่เกิดขึ้นในอังกฤษตอนนี้ และเริ่มลุกลามพบในหลายประเทศแล้ว
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าในขณะนี้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้ป่วยเป็นโควิด-19 จะมีกี่สายพันธุ์ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ระยะฟักตัว ซึ่งจะเป็น2 ถึง 7 วัน อาจพบได้ถึง 14 วัน และอาจจะเป็นไปได้น้อยมาก ถึง 21 วัน
ในทางปฏิบัติผู้ที่พ้นระยะการกักกันโรค 14 วัน มักจะแนะนำให้ไปกักกันที่บ้านต่ออีก 14 วัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการป้องกันการกระจายโรค และให้ป้องกันตัวเองจากโรคอย่างเข้มงวด ทั้งสวมหน้ากาก ล้างมือและรักษาระยะห่าง
หากมองอีกมุมหนึ่งไม่ว่า จะเป็นการระบาดระลอกสองหรือไม่ หรือตอนนี้ เป็นการระบาดระลอกใหม่หรือเปล่า อาจไม่ใช่สาระสำคัญอีกต่อไปแล้ว
เพราะสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือ ทุกคนควรเฝ้าระวังสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อหยุดความเสี่ยงในการติดเชื้อนั่นเอง