ดอกเตอร์วิศวะ ม.ธรรมศาสตร์ แจงถี่ยิบขับรถปีใหม่ เตรียมพร้อมทุกส่วนเพื่อความปลอดภัยทั้งรถทั้งคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541698

ดอกเตอร์วิศวะ ม.ธรรมศาสตร์ แจงถี่ยิบขับรถปีใหม่  เตรียมพร้อมทุกส่วนเพื่อความปลอดภัยทั้งรถทั้งคน

ดอกเตอร์วิศวะ ม.ธรรมศาสตร์ แจงถี่ยิบขับรถปีใหม่ เตรียมพร้อมทุกส่วนเพื่อความปลอดภัยทั้งรถทั้งคน

วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้มุมมองและทรรศนะ เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการเดินทางโดยรถยนต์ในช่วงปีใหม่ว่า ควรตรวจเช็คสภาพรถยนต์ก่อนการเดินทางก่อนเป็นอันดับแรก เพราะสิ่งเหล่านี้เราสามารถป้องกันได้ด้วยความตระหนัก และการเตรียมตัวที่ดีก่อนที่จะก้าวสู่การพักผ่อนได้อย่างสบายใจ

รศ.ดร.ธีร ให้คำแนะนำว่า ในกรณีที่เราไม่ได้มีโอกาสนำรถเข้าศูนย์บริการ ก็สามารถทำการตรวจสอบสภาพรถยนต์ด้วยตัวเองได้ เริ่มด้วยสิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ “ยางรถยนต์” เพราะเมื่อรถวิ่งอยู่บนถนนแล้วนั้น
ส่วนเดียวที่จะสัมผัสกับพื้นถนนก็คือยางเหล่านี้ ซึ่งนั่นตอกย้ำความสำคัญได้เป็นอย่างดี

สำหรับคำแนะนำ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ.แนะว่าคำแนะนำแรก คือการเพิ่มลมยางเข้าไปมากกว่าปกติราว 3-5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (psi) เพราะในการเดินทางระยะไกลนั้นมีความเสี่ยงที่ลมของล้อยางจะค่อยๆ หายไปได้ ซึ่งหากเมื่อลมยางอ่อนแล้วหน้าสัมผัสยางกับพื้นถนนก็จะมากขึ้น จนเกิดความร้อนและเสี่ยงยางระเบิดได้ ขณะเดียวกันแรงต้านที่มากขึ้น ก็จะทำให้รถยนต์กินน้ำมันมากขึ้นด้วย

ลำดับถัดมาและอยู่ใกล้กับล้อยางนั่นก็คือ “เบรก” สามารถสำรวจด้วยตนเองได้ โดยเมื่อเวลาขับรถ หากเมื่อไรที่ทำการเบรกแล้วได้ยินเสียงโลหะสัมผัสกับจานเบรกที่ดัง ถือเป็นสัญญาณว่าผ้าเบรกกำลังจะหมด หรือช่วงหลังฤดูฝนคุณภาพของผ้าเบรกก็จะต่ำลงตามไปด้วย ฉะนั้นทางที่ดีในการดูแลรักษา คือการนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คความหนาของผ้าเบรก

จากนั้นจึงดูเรื่องของ “ยางปัดน้ำฝน” เพราะหากไม่ได้รับการทำความสะอาดก็จะมองเห็นไม่ชัด จนเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางได้ จึงควรตรวจสอบด้วยการทดลองกดฉีดน้ำและปัดน้ำฝนดูว่าใบปัดสามารถกวาดน้ำ
ได้ดีหรือไม่ หากปัดแล้วละอองน้ำยังเหลืออยู่นั่นอาจแสดงถึงปัญหาและควรเริ่มเปลี่ยน

นอกจากนี้ยังเป็นการดูแล“ไฟส่องสว่าง” ซึ่งรวมไปถึงไฟให้สัญญาณต่างๆ ของรถยนต์ ที่ผู้ขับขี่ควรจะต้องตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเบรกหรือไฟถอยหลัง ว่าทั้งหมดยังทำงานได้ดีหรือไม่ รวมถึงในบางครั้งหากมีละอองน้ำเข้าไปภายใน หรือไฟส่องสว่างมีสีหมองลง เหล่านี้ก็ถือว่าจะต้องมีการเปลี่ยนหรือทำความสะอาดด้วย

ส่วนสุดท้ายที่คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แนะนำให้มีการเตรียม นั่นคือเรื่องของ “เอกสารสำคัญ” ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่ ทะเบียนรถ หรือสำคัญที่สุดคือข้อมูลประกันภัย เบอร์โทรศัพท์ที่จะติดต่อในกรณีฉุกเฉินต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะถือว่าล้วนมีความสำคัญในการเดินทางระยะไกล

นอกจากความพร้อมในส่วนของรถยนต์แล้ว การเตรียมตัวของ “ผู้ขับขี่” ก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน ซึ่งในส่วนนี้รศ.ดร.ธีร อธิบายว่าเมื่อผู้ขับขี่แต่ละคนมีอายุไม่เท่ากัน ฉะนั้นอาจจะต้องประเมินจากศักยภาพของตนเอง ว่าโดยปกติแล้วเคยขับรถระยะทางไกลสุดเท่าไร หรือหากเมื่ออายุมากขึ้นแล้วก็อาจต้องประเมินตนเองต่ำลง และพิจารณาการหยุดพักที่มากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามข้อแนะนำก่อนวันเดินทางนั้น คือผู้ขับขี่ควรจะต้องนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง ก่อนออกเดินทาง เพราะเมื่อพักผ่อนน้อยแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือการตัดสินใจระหว่างขับขี่ที่ย่อมทำได้ช้าลง ขณะเดียวกันเมื่อเกิดอาการง่วงขึ้นมาแล้ว ผู้ขับขี่ก็ควรจะต้องจอดแวะงีบหลับในจุดที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงบริเวณไหล่ทางหรือจุดที่จะเป็นอันตราย

ในส่วนของเครื่องดื่ม ซึ่งผู้ขับขี่หลายคนมักจะเลือกดื่มกาแฟ โดยเชื่อว่าจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น หรือหายจากอาการอ่อนเพลียได้ แต่หากมีการดื่มมากการสูบฉีดเลือดก็จะสูงตามไปด้วย ดังนั้นจึงแนะนำให้ดื่มประเภทน้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่มีวิตามินซี เพราะจะช่วยให้สดชื่นขึ้นได้ แทนการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังซึ่งไม่ค่อยจะมีประโยชน์

ขณะเดียวกันในส่วนของ “ท่านั่ง”ที่ถูกต้องสำหรับผู้ขับขี่ คือจะต้องนั่งให้ก้นเต็มเบาะและหลังชิด โดยปรับระยะเบาะกับพวงมาลัยให้พอดี มีลักษณะที่แขนหย่อนลงเล็กน้อย ไม่ตึงเกินไป ซึ่งจะเป็นระยะที่ดีที่สุด เนื่องจากควรเป็นท่าที่นั่งสบาย ในทางกลับกันหลายคนมักนั่งติดพวงมาลัย และโยกตัวออกมาข้างหน้า ซึ่งเป็นท่าที่ไม่ถูกต้องเพราะจะทำให้เรารู้สึกเพลียได้ง่าย

นอกจากนี้ ในส่วนของ “ผู้โดยสาร”ที่จะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาหากมีเด็กนั่งด้วยก็ไม่ควรนั่งอยู่ด้านหน้าหรือถ้าหากในเด็กอายุประมาณ 2 ขวบ ก็จะต้องมี car seat สำหรับเด็กให้นั่งด้วย หากเป็นรถเก๋งก็ควรนั่งมากที่สุดไม่เกิน 5-6 คน โดยประเมินร่วมกับขนาดของบุคคลที่นั่งด้วย

สุขสมหวังกับทุกสิ่งที่ปรารถนา แคล้วคลาดจากโควิด-19 เดินทางให้สนุกและปลอดภัยโดยถ้วนหน้าทุกคน สวัสดีปีใหม่ 2564

Leave a comment