#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/541830

ทลายโรงฆ่าสัตว์เถื่อนสระบุรี ยีดอุปกรณ์-ซากสุกรกำลังชำแหละอื้อ
วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 21.55 น.
กรมปศุสัตว์ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด บุกจับโรงฆ่าสัตว์เถื่อนในพื้นที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ยึดซากสุกรที่กำลังชำแหละ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าลักลอบฆ่าสัตว์ผิดกฎหมาย เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรคและสารตกค้าง ส่งผลต่อสุขภาพ อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและแพร่โรคระบาด
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบฆ่าและชำแหละสุกรเพื่อจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต รวมทั้งสร้างความเดือดร้อนรำคาญทั้งเสียงและส่งกลิ่นเหม็นในพื้นที่ตำบลโพนทอง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมปศุสัตว์ จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไทจัดทีมเข้าตรวจสอบโดยด่วน ภายใต้นโยบายปฏิบัติการ “หมูสะอาด” ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท นำโดยนายจิรภัทร อินทร์สุข รองหัวชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท นายปิยพงษ์ มิ่งสกุล ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 1 และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ รวมกว่า 30 นาย ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นโรงฆ่าสุกรเถื่อน พบซากสุกรกว่า 13 ตัว ซึ่งได้ชำแหละแล้ว ไม่มีการตรวจโรคจากพนักงานตรวจโรคสัตว์ ซากสุกรรอนำไปจำหน่ายที่ตลาดนัด และส่งขายเป็นหมูหัน น้ำหนักรวมกว่า 500 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 100,000 บาท ผลการตรวจสอบพบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559
พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมควบคุมตัวผู้กระทำความผิด ของกลาง และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินคดีตาม พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 คือ ข้อหาที่ 1 ประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 15 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาที่ 2 ฆ่าสัตว์โดยไม่แจ้งการฆ่าต่อพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 31 มีโทษปรับตามรายตัว สุกรตัวละไม่เกิน 2 หมื่นบาท และข้อหาที่ 3 ฆ่าสัตว์ นอกโรงฆ่าสัตว์ ตามมาตรา 39 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ซากสุกรทั้งหมดไม่สามารถแสดงแหล่งที่มาได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุมโรคและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่เป็นอันตราย จึงต้องนำไปทำลายโดยวิธีการฝังกลบ ซึ่งปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วยการดำเนินการกับสัตว์หรือซากสัตว์ของกลางที่เป็นพาหะของโรคระบาดซึ่งถูกยึดหรืออายัดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์หรือตามกฎหมายอื่น พ.ศ. 2558
นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการบุกเข้าตรวจค้นจับกุมการประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยผิดกฎหมายครั้งนี้ เป็นนโยบายสำคัญของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและป้องกันการแพร่โรคระบาด เนื่องจากเนื้อสัตว์และซากสัตว์ที่ได้จากการประกอบกิจการฆ่าสัตว์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้รับการตรวจสอบใดๆจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ทราบแหล่งที่มาของสัตว์ ไม่ได้ผ่านการตรวจโรคและสารตกค้างมาก่อน รวมถึงกระบวนการฆ่าสัตว์ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้เนื้อสัตว์ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคระบาดติดต่อไปยังผู้บริโภคได้ เช่น โรคหูดับ (streptococcus suis) โรคท้องร่วงที่เกิดจากเชื้อ ซัลโมเนลล่า (salmonellosis) โรคพยาธิในระบบทางเดินอาหาร หรืออันตรายจากสารตกค้าง เช่น สารเร่งเนื้อแดง ฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ เป็นต้น ส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภค และอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้การไม่ทราบแหล่งที่มาของสัตว์ที่นำมาฆ่า อาจเป็นสาเหตุการแพร่กระจายของเชื้อโรคระบาดสัตว์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคปากและเท้าเปื่อย โรค PRRS เป็นต้นนอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาตไปแล้วอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งว่าได้ดำเนินการตาม พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์ฯ กำหนดหรือไม่ และหากตรวจพบโรงฆ่าสัตว์ที่ไม่ถูกสุขอนามัย จะมีโทษตั้งแต่แจ้งเตือน พักใช้หรือยกเลิกใบอนุญาตฯ ตามกรณีความผิดที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการปราบปรามการประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยผิดกฎหมายทั่วประเทศ เพื่อยกระดับให้โรงฆ่าสัตว์มีมาตรฐานเดียวกัน สร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และป้องกันการแพร่โรคระบาด หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดโปรดแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) “DLD 4.0” ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และระบบ Android ผ่าน Google play เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที.
