#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/541697

อว.ประกาศความสำเร็จปี 2563 ‘ไทยทำได้’ พร้อมพัฒนาเทคโนฯ อวกาศ ด้วยงบ เพียง 3,000 ล้าน
วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สรุปผลงานเด่นปี 2563 โดย กล่าวว่า ปี 2563ที่ผ่านมา เป็นปีแห่งความสำเร็จของ อว.ด้วยการนำวิทยาการต่างๆ มาพัฒนาประเทศไทย โดยในปีนี้ผลงานที่โดดเด่นของ อว.ที่สำคัญ คือ การทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่จัดการด้านการรับมือโควิด-19 ดีที่สุดในโลก และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งคือประเทศไทยสามารถคิดค้นและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ได้ถึง 2 ตัว ได้แก่ วัคซีน mRNA เทคโนโลยีใหม่ยังไม่เคยใช้ในมนุษย์ใช้แบบเดียวกันกับบริษัทยายักษ์ใหญ่ต่างชาติ ไฟเซอร์ และบริษัท โมเดอร์นา ซึ่งขณะนี้เราจะเริ่มสามารถที่ทดลองในมนุษย์ในอีกไม่กี่เดือนนี้ และล่าสุดคือการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากใบพืชได้สำเร็จแล้วในระดับห้องปฏิบัติการ โดย บริษัท ใบยาไฟโตฟาร์ม จำกัด คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามนโยบายของ อว. พร้อมก้าวไปอีกขั้นในการผลิตวัคซีนได้เองตั้งแต่ต้นน้ำลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ
รมว.อว.กล่าวต่อว่า ส่วนอีกผลงานคือเทคโนโลยีอวกาศ ภายในอีก 4-5 ปีจากนี้ไป ประเทศไทยจะทำดาวเทียมระดับ 50-100 กิโลกรัม และต่อจากนั้นอีก 3 ปี จะทำดาวเทียมที่แปรสภาพเป็นยานอวกาศไม่ใช่แค่ดาวเทียมที่โคจรรอบโลก แต่จะเป็นพลังงานที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว3 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมง เข้าถึงระบบโคจรรอบดวงจันทร์ภายในระยะเวลา 1 ปีมีระบบบังคับจากโลก ส่วนหนึ่งของการขยายความสามารถทางอวกาศเพราะปัจจุบันโลกกำลังพูดถึงเศรษฐกิจอวกาศ และจะเป็นหนทางสำคัญที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ประเทศไทยกำลังจะสร้างวิธีคิดใหม่ ว่าเราสามารถทำได้ ถือเป็นความสำเร็จของวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ คาดว่าจะใช้งบประมาณเพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น