#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/701982

เปิดไอเดียรีโนเวทพื้นที่แบบ Coworking Space ปลุกไอเดียคนทำงานยุค New Normal รับปี 2023
วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
ผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ทำให้ไลฟ์วิถีหรือไลฟ์สไตล์การทำงานของผู้คนเปลี่ยนไป ประกอบกับแนวคิดการออกแบบพื้นที่ทำงานแบบ CoworkingSpace ได้กลายมาเป็นรูปแบบพื้นที่ทำงาน ที่ได้รับความสนใจจากองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งในปัจจุบัน ด้วยรูปแบบวิถีการทำงานที่เปลี่ยนไป หลายบริษัทให้พนักงานบางแผนก จัดแบ่งวันเข้าออฟฟิศ เมื่อจำนวนพื้นที่การใช้งานเหลือเพิ่มมากขึ้น บางมุมอาจรู้สึกปลอดโปร่ง ไม่แออัด แต่บางครั้ง อาจเป็นการส่งผลทางด้านจิตใจได้ในระยะยาวดังนั้น การปรับปรุงพื้นที่สำนักงานจึงไม่ใช่เพียงแค่ต้องตอบโจทย์จำนวนคนที่เข้ามาใช้พื้นที่หรือความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้วยบรรยากาศทางกายภาพ และบรรยากาศทางจิตวิทยาให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์การทำงานตามวิถีชีวิตใหม่หลังวิกฤติโควิดอันนำไปสู่การพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการนำแนวคิดแบบ Coworking Space ที่ถูกนำมาพัฒนาในเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อปรับให้เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานในปัจจุบัน บนพื้นที่ชั้น 8 อาคารสำนักงานใหญ่เอสซีจี 2 ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ของหน่วยงาน Housing ProductBusiness ก็เริ่มมีการสลับ สับเปลี่ยนตารางการเข้าทำงานในออฟฟิศ และแม้จะมีบางกลุ่มที่อาจต้องเข้าประจำการทุกวัน ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานให้ผสมผสานของกลุ่มมดงานหลากหลายเจเนอเรชั่น ท่ามกลางรูปแบบการทำงานที่ถูกปรับโหมดให้เข้ากับยุคสมัยผ่านเครื่องมือสื่อสารรูปแบบต่างๆ จึงนับเป็นที่โจทย์ท้าทายการพัฒนาพื้นที่เล็กๆ
ให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์การทำงานตามแบบวิถีชีวิตแนวใหม่ระหว่างคนต่างเจน
แสงทิพย์ นิรุตติรักษ์ หนึ่งในทีมงานสถาปนิกที่เข้ามาร่วมรีโนเวทพื้นที่ได้เปิดเปลือยไอเดีย การปรับปรุงพื้นที่ในแบบฉบับผสมผสาน ได้อย่างน่าสนใจ ว่า
“โจทย์สำคัญของการรีโนเวทพื้นที่ คือการสร้างพื้นที่ให้เชื่อมโยงการทำงาน Online และ Onsite เข้าด้วยกัน ส่งผลให้การปรับปรุงพื้นที่ ต้องสามารถรองรับทั้งการประสานงานแบบส่วนตัว หรือเป็นกลุ่มเล็ก ใหญ่ เพิ่มเข้าไปด้วย ขณะเดียวกันการปรับปรุงพื้นที่ยังให้ความสำคัญต่อการผสมผสานพื้นที่สันทนาการ เพื่อเติมเต็มบรรยากาศให้เกิดความผ่อนคลายหรือการรีเฟรชชีวิตระหว่างวัน ช่วยกระตุ้นให้เกิดไอเดียการทำงานใหม่ๆ ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือการคัดสรร หรือนำวัสดุตกแต่งนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เข้ามาสนับสนุนวิถีการทำงานแนวใหม่ มาพัฒนาควบคู่ไปกับการออกแบบไปด้วย”
.jpg)
เรื่องยากที่สุดของการตกแต่งของทีมออกแบบก็คือการเปลี่ยนสิ่งที่คุ้นเคย อาทิ ห้องประชุม เพราะการทำงานออนไลน์ ปรับให้การประชุมภายนอก เป็นการใช้พื้นที่ภายในมากขึ้นการออกแบบจึงเน้นไปที่การเติมเต็มประสิทธิภาพต่อขนาดพื้นที่ ให้หลากหลายมากขึ้นให้เหมาะสมต่อจำนวนคน และการใช้งาน ด้วยการใช้วัสดุแผ่นดูดซับเสียงมาเป็นวัสดุปกปิดผนัง เพราะนอกจากเป็นวัสดุที่ช่วยลดปัญหารบกวนเรื่องเสียงแล้วยังสามารถนำมาตกแต่งห้อง ด้วยการเลือกหุ้มตัววัสดุด้วยผ้าที่เป็นโทนสีน้ำตาลอมเทา (Steeple Grey) ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เนื่องจากห้องประชุมเป็นห้องที่ต้องใช้พลังในการรวบรวมความคิด ระดมสมองมากนอกจากนี้ในส่วนพื้นที่ภายนอก ที่เคยเป็นส่วนตั้งโต๊ะทำงาน การทำงาน แบบ Online และ Onsite ทำให้จำเป็นต้องมีพื้นที่รองรับการประชุมย่อย ไม่เป็นทางการมากนักหรือสำหรับการทำงานเฉพาะกิจ การนำวัสดุอะคูสติกสำหรับผนังตกแต่งและดูดซับเสียง รุ่น Cylence Zandera มาพัฒนาในแบบ Meeting Partition ที่ไม่สูงจนเกินไป ทำให้รู้สึกมีความเป็น Semi-Public ที่เป็นพื้นที่เปิดในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เปิดมากจนเกินไป ความสูงของผนังผ่านการคำนวณประสิทธิภาพการซับเสียงจากทีมวิศวกร ว่าสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม กับพื้นที่สำหรับการประชุมที่ไม่เป็นทางการมากเกินไป ในรูปทรงโค้ง และใช้โทนสีอบอุ่นอย่างสี Steeple Grey ภายใน เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายให้กับผู้เข้าร่วมประชุม หรือผู้ที่ใช้พื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ การสร้างพื้นที่ทำงานส่วนตัวให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานที่ผ่อนคลายให้เหมือนการทำงานที่บ้านจึงเป็นไฮไลท์ของการปรับปรุงพื้นที่ในส่วนนี้ก็คือการทำให้พื้นที่ eye viewที่เคยเป็นพื้นที่เฉพาะ หรือห้องทำงานส่วนตัวมาเปิดเป็นพื้นที่ ให้เข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมสร้างความเป็นอิสระ หรือความเป็นส่วนตัวที่ตอบรับวิถีการทำงานใหม่ ทั้งในแบบการกั้น Partition ด้วย วัสดุอะคูสติกสำหรับผนังดูดซับเสียง รุ่น CylenceZandera เพื่อความเป็นส่วนตัวในพื้นที่จำกัด โดยกั้นกำแพงด้านข้าง และเปิดพื้นที่ว่างทั้งด้านหน้าและหลัง โดยด้านหนึ่งเปิดให้เห็นวิวภายนอก ด้านในดีไซน์ให้มีโต๊ะทำงานขนาดกะทัดรัด ออกแบบเพื่อการทำงานทั้งแบบออนไลน์ หรือประชุมเป็น Small Group รวมถึงการนำ AcousticPod มาเสริมสร้างพื้นที่การทำงานส่วนตัว
ด้วยประสิทธิภาพที่ช่วยลดเสียงรบกวนได้ถึง 30 เดซิเบล และลดเสียงก้อง เสียงสะท้อนของห้องได้มีการออกแบบให้เหมาะกับการทำงานแบบส่วนตัว ด้วยดีไซน์โมเดิร์น มีระบบหมุนเวียนอากาศภายใน และสามารถลดเชื้อโรคและฝุ่นในอากาศ ด้วย SCG Bi-ion พร้อมอุปกรณ์ครบครัน ติดตั้งแบบ Knock Down เคลื่อนย้ายได้สะดวกจึงเหมาะเป็นห้องประชุมส่วนตัวบนโลกออนไลน์ และที่พลาดไม่ได้คือ จุดพักผ่อนหย่อนใจ ให้ยืดเส้นยืดสายกับมุมสันทนาการเล็กๆ อย่าง โต๊ะปิงปอง หรือมุมจิบกาแฟชิลชิล ชมเมือง ให้ความตึงเครียดจากการทำงานได้ผ่อนคลายบ้าง ก็ไม่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
ความลงตัวของการออกแบบเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปภายใต้พื้นที่ห้องอันจำกัด โดยการหยิบยกเอาจุดเด่นที่น่าสนใจ แบบ Coworking Space ในเวอร์ชั่นใหม่ มาผสมผสานกับการใช้วัสดุตกแต่งนวัตกรรมใหม่ที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้พนักงานภายในที่ทำงาน ภายใต้โจทย์การดำเนินชีวิตที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับการทำงานที่บ้าน จึงเป็นแนวโน้มที่ดูกำลังได้รับ ความสนใจจากผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น
