#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/702466

เดินหน้าหนุนงานหัตถศิลป์ไทยให้โดนใจคนรุ่นใหม่ สร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
วันศุกร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
กระทรวงพาณิชย์ เผยช่วงเทศกาลปีใหม่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยที่ออกมาจับจ่ายซื้อของมากขึ้น รวมถึงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้ความต้องการซื้องานหัตถกรรมไทยเพื่อเป็นของขวัญของฝากและของที่ระลึกเพิ่มขึ้น
.jpg)
สินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มอบนโยบายให้สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคงานศิลปหัตถกรรมไทยให้สอดรับกับ Gift Economy ซึ่งของที่ระลึกจากงานศิลปหัตถกรรมไทยเป็นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยมือทุกขั้นตอนมีความละเอียดประณีตสะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานมีทั้งแบบดั้งเดิมและแบบร่วมสมัยที่สามารถนำไปใช้งานได้ในชีวิตประจำวันรวมถึงการลงพื้นที่ไปพัฒนาศักยภาพผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย และการนำนวัตกรรมเข้าไปสนับสนุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตงานศิลปหัตถกรรมไทยเพื่อให้ทันต่อความต้องการของผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น
.jpg)
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้เพิ่มช่องทางและขยายโอกาสด้านการขายงานศิลปหัตถกรรมไทยสร้างรายได้กลับสู่ชาวบ้าน ชุมชน และผู้ประกอบการ ผ่านการดำเนินงานต่างๆ อาทิ การจัดงานแสดงสินค้า, การสร้างแพลตฟอร์ม E-Commerce จำหน่ายงานศิลปหัตถกรรมไทยในโลกออนไลน์, การขยายช่องทางจุดจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรมไทยไปยังสถานที่ต่างๆ อาทิ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และภูเก็ต, ศูนย์การค้าชั้นนำของไทย และเครือข่ายพันธมิตรต่างๆส่งผลให้ในปี 2565 สามารถสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจและสังคมของผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย เป็นจำนวนมากช่วยส่งเสริมธุรกิจด้านงานศิลปหัตถกรรมของประเทศเกิดการกระจายรายได้ไปยังชุมชน ชาวบ้าน กลุ่มผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมในทั่วประเทศอย่างแท้จริงงานศิลปหัตถกรรมไทยเป็นที่ยอมรับในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นมีรูปแบบโดนใจวัยรุ่น มีคุณภาพและฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันจึงขอขอบคุณคนไทยและชาวต่างชาติที่ให้การตอบรับและสนับสนุนงานฝีมือของคนไทยเสมอมา
.jpg)
ด้าน นายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวเสริมว่า ในปี 2566 sacit ได้มีการวางแผนการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งในด้านการพัฒนาศักยภาพผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้สอดรับกับความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น,การเพิ่มช่องทางการขายให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ การจัดงานใหญ่แห่งปี Craft Festival, Craft Bangkok 2023, อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 14 และการนำงานฝ้ายทอใจที่มีแฟนคลับติดตามจำนวนมากกลับมาจัดอีกครั้ง รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นการกระจายรายได้สู่กลุ่มชาวบ้าน ชุมชนผู้ผลิตงานหัตถกรรมให้เกิดรายได้อยู่ดีกินดีทำให้เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ตลอดจนเกิดการอนุรักษ์ สืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป


