‘ม.เทคโนโลยีมหานคร’มุ่งพัฒนาหลักสูตร ปั้นบัณฑิตพร้อมใช้-ป้อนตลาดอุตสาหกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/702842

‘ม.เทคโนโลยีมหานคร’มุ่งพัฒนาหลักสูตร  ปั้นบัณฑิตพร้อมใช้-ป้อนตลาดอุตสาหกรรม

‘ม.เทคโนโลยีมหานคร’มุ่งพัฒนาหลักสูตร ปั้นบัณฑิตพร้อมใช้-ป้อนตลาดอุตสาหกรรม

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากชื่อเสียงที่สั่งสมมานานกว่า 3 ทศวรรษของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) ที่โดดเด่นในด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีและได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งของไทย ด้านวิจัยนวัตกรรมและสังคม จากการจัดอันดับของ SCImago Institutions Rankings(SIR) ในปี 2021 รวมถึงจากข้อมูลสถิติยังพบบัณฑิตของ MUT มีงานทำอยู่ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ สูงถึงร้อยละ 95

ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จและเป็นสิ่งพิสูจน์ถึงความตั้งใจตลอดระยะเวลากว่า 33 ปี แห่งความมุ่งมั่นดังวิสัยทัศน์ที่ว่า “บัณฑิตและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครต้องเป็นที่ยอมรับและต้องการของภาคอุตสาหกรรม” และ MUT พร้อมก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีที่ดีเยี่ยมสำหรับทุกคน (Premium Technological University for All)

ผศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวว่า แนวการเรียนการสอนของที่นี่ไม่ใช่แค่การให้องค์ความรู้ที่เป็นทฤษฎีอยู่ในตำราเรียนเท่านั้น แต่ยังทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการศึกษามาโดยตลอด เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการความรู้ระหว่างศาสตร์กับเทคโนโลยีหลายแขนง เพื่อให้ทุกหลักสูตรมีคุณภาพ

ทุกกระบวนการเรียนการสอนทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ก่อให้เกิดผลงานวิจัยชั้นนำที่โดดเด่น ทั้งแนวคิดผลิตผลเชิงนวัตกรรมที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ MUT ในหลายมิติ เพื่อให้นักศึกษาของ MUT สำเร็จเป็นบัณฑิตที่เปี่ยมคุณภาพ หรือเป็น “บัณฑิตพร้อมใช้” แนวการเรียนการสอนของ MUT จึงมุ่งเน้นสร้างความรู้และทักษะในการทำงานทั้งด้าน Hard skills และ Soft skills ที่แข็งแกร่งรอบด้านอย่างเป็นองค์รวม (Holistic Knowledge & Skills) ให้เกิดขึ้นในตัวนักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ไปจนจบการศึกษา MUT

จึงมีการพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอนแนวใหม่สำหรับนักศึกษาสายวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี โดยจำแนกเป็น 2 แผน เพื่อกลุ่มผู้เรียนเป้าหมาย 2 กลุ่ม ดังนี้ 1.แผนการเรียนระดับปริญญาตรี 4 ปี สำหรับนักเรียนที่เรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ และระดับ ปวช. ทุกสายทุกสาขา สามารถสมัครเรียนตามแผนที่นำทางหรือ Road Map ของหลักสูตรต่างๆ ที่ถูกออกแบบไว้อย่างดี

กับ 2.แผนการเรียนเทียบโอนสำหรับผู้เรียนที่เพิ่งเรียนจบสายอาชีวศึกษาระดับ ปวส. และต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือผู้ที่เรียนจบ ปวส. หรือจบปริญญาตรีแล้วในหลากหลายสาขาอาชีพ มีงานทำหรือเคยทำงานและมีความสนใจหรือจำเป็นต้อกลับมาเรียนสายวิศวกรรมศาสตร์ฯ รวมถึงผู้ที่เรียนจบปวส. ออกไปทำงานแล้วมาอย่างน้อย5 ปี อายุ 30 ปีขึ้นไป และต้องการกลับมาเรียนต่อ สามารถนำประสบการณ์การทำงาน ความรู้ที่มีอยู่มาเทียบโอนเพื่อเรียนเฉพาะด้านหรือหัวข้อวิชาที่ยังขาดทักษะความรู้ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเริ่มต้นเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปซ้ำอีก

“เรามีนโยบายในการบริหารจัดการนักศึกษาทั้ง 2 กลุ่มแตกต่างกัน กล่าวคือถ้าเป็นนักศึกษาภาคปกติเรียน 4 ปี เมื่อเรียนถึงปีสุดท้าย นักศึกษาอาจลืมสิ่งที่ได้เรียนมาเมื่อตอนปี 1 ถึงปี 3 ไปแล้วหากไม่ได้ทบทวน จึงเป็นหน้าที่ของคณาจารย์และมหาวิทยาลัย ที่จะต้องแก้ปัญหาว่าทำอย่างไรให้นักศึกษาปี 4 เมื่อจบไปแล้วมีความพร้อมตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

MUT จึงพัฒนากระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยสถานการณ์จริง นั่นคือ นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายจะได้ฝึกทำงานจริง ในบริษัทจำกัดที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นเพื่อรับงาน R&D จากภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งต่างจากกลุ่มของนักศึกษาระดับ ปวส. ที่มาเรียนแผนการเรียนเทียบโอน ทาง MUT ก็จะมาดูทักษะ ความจัดเจนของนักศึกษากลุ่มนี้ว่ายังขาดอะไร เพื่อจะช่วยเติมเต็มความรู้และพัฒนาศักยภาพของน้องๆ กลุ่มนี้ให้มีความชำนาญในระดับที่สูงมากขึ้น” ผศ.ดร.ภานวีย์ กล่าว

ปัจจุบัน MUT ได้ปรับหลักสูตรและจัดกระบวนการเรียนการสอนแนวใหม่ชื่อว่า MUT Selected Topics สำหรับการเรียนในปีสุดท้ายของนักศึกษา ไม่ว่าจะเลือกเรียนแผนการเรียนปริญญาตรี 4 ปี หรือ แผนการเรียนเทียบโอน จะมีวิชาที่คัดสรรอย่างดีมาให้นักศึกษาแต่ละคนได้เลือกเรียนตามความถนัด ตามความสนใจหรือที่จำเป็นตามสายงานแต่ละอาชีพ แต่ละกิจการ หรือตามแต่ละอุตสาหกรรมที่นักศึกษาสนใจร่วมงานเมื่อสำเร็จการศึกษา

ผศ.ดร.ภานวีย์ กล่าวต่อไปว่า MUT มุ่งเน้นการเรียนการสอนแบบบูรณาการ เพื่อให้นักศึกษามีทักษะและเรียนรู้แบบองค์รวมเน้นการเรียนรู้ครบทุกมิติ และเรียนเพื่อให้รู้จักสังคม เพื่อก้าวสู่โลกของการทำงานจริงได้อย่างมั่นคง จึงมีการออกแบบหลักสูตรบางรายวิชาสำหรับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ฯและนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มาควบรวมไว้ด้วยกันเพื่อให้นักศึกษาทั้งสองคณะได้พัฒนาทักษะและแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

โดยในส่วนคณะบริหารธุรกิจ จากปกติที่มีการเรียน Workshop ทั้งหมด 6 รายวิชา จะมีการเสริมทักษะให้นักศึกษาที่เรียนบริหารธุรกิจให้ได้มีแนวคิดเชิงวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้มีความเข้าใจทฤษฎีเชิงระบบว่า เพราะเหตุใดการทำงานใดๆ จึงต้องมีนวัตกรรมเป็นองค์ประกอบ และสิ่งต่างๆ มีไว้เพื่อทำอะไรได้บ้าง เป็นการทำให้นักศึกษาที่เรียนบริหารธุรกิจ กับ MUT มีความได้เปรียบกว่า เพราะสามารถคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันนั่นเอง

ขณะเดียวกันนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ก็จะได้เรียนรู้เรื่องการบริหารธุรกิจด้วย เพื่อให้นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ฯได้มีความรู้เชิงการบริหารงาน การคิดต้นทุน กำไร ขาดทุน รู้วิธีทำธุรกิจ การทำมาร์เก็ตติ้ง การใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดีย เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการเสริมทัพความแข็งแกร่งให้นักศึกษาของ MUT ทุกคน ไม่ว่าจะเรียนสายวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สายบริหารธุรกิจ เมื่อเรียนจบออกไปทำงานในภาคอุตสาหกรรม ก็จะมีความรู้แบบองค์รวม ไม่ใช่มีแค่ความรู้ด้านใดด้านหนึ่งเป็นการเฉพาะเท่านั้น

ส่วนคณะสัตวแพทยศาสตร์ ก็เป็นอีกหนึ่งสาขาที่โดดเด่นและ MUT ให้ความสำคัญอย่างมากเช่นกัน โดย MUT วางแผนที่จะเข้าไปเปิดโรงพยาบาลรักษาสัตว์ในย่านใจกลางเมือง ซึ่งจะมีเคสสัตว์ป่วยเข้ามาให้ตรวจรักษาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อให้นักศึกษาสัตวแพทย์ได้มีโอกาสพัฒนาทักษะในวิชาชีพมากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นหลักคิดในการบริหารและจัดกระบวนการเรียนการสอนแนวใหม่ที่เป็นจุดเด่นและเป็นความแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครกับสถาบันอุดมศึกษาอื่น

“ผมเคยพูดอยู่เสมอว่า ความคาดหวังในอนาคต คือ ผมอยากให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เป็นเพียงมหาวิทยาลัยขนาดเล็กที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำและยอดนิยมด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทยเท่านั้น

ผมไม่ต้องการเปิดหลักสูตรอะไรมากมายตามกระแสนิยม หรือ ตามเทรนด์ แต่ผมจะนำความต้องการหรือเทรนด์ที่เกิดขึ้นมาพัฒนาปรับปรุงและประยุกต์ใช้ให้เข้ากับระบบการเรียนการสอนในหลักสูตรที่เป็น Core Value ของ MUT เพื่อปั้นบัณฑิตพร้อมใช้สู่ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงสร้างบัณฑิตที่สามารถรับมือกับเทคโนโลยีการผลิต การวบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” ผศ.ดร.ภานวีย์ กล่าวในตอนท้าย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT)

Leave a comment