อาสาสมัครฝนหลวงเร่งสำรวจ เพิ่มประสิทธิภาพแปลงเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/703864

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมฝนหลวงฯ ขับเคลื่อนอาสาสมัครฝนหลวงทั่วประเทศ เตรียมออกสำรวจพื้นที่เกษตรกรรม ตรวจเช็คสภาพพื้นดินและร่วมสังเกตการณ์สภาพอากาศ พร้อมแจ้งหน่วยฝนหลวงเข้าปฏิบัติการทำฝนหลวงให้ตรงพื้นที่เป้าหมาย เพิ่มประสิทธิภาพบรรเทาภัยแห้งแล้งนอกเขตชลประทาน

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้อาสาสมัครฝนหลวงประจำศูนย์ปฏิบัติการ
ฝนหลวงทั่วประเทศกว่า 500 คนได้เตรียมความพร้อมออกสำรวจความต้องการขอรับบริการฝนหลวงของเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่มีความต้องการใช้น้ำและมีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้ พร้อมทั้งติดตามการเพาะปลูกในพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อให้ทราบถึงช่วงเวลาการปลูกของพืชแต่ละชนิด ช่วงเวลาที่ต้องการฝน ตลอดจนสังเกตการณ์สภาพอากาศและเมฆฝนในแต่ละพื้นที่ เพื่อส่งภาพและข้อมูลมายังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภูมิภาค ในแต่ละภูมิภาคนำมาวิเคราะห์ และออกปฏิบัติการฝนหลวงได้อย่างพอเหมาะกับเวลาตรงเป้าหมายรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ (Real Time)

“เมื่อปฏิบัติการฝนหลวงแล้วเสร็จ อาสาสมัครฝนหลวงจะรวบรวมข้อมูลปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ส่งเป็นข้อมูลมายังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภูมิภาค หรือรายงานผ่านระบบอาสาแจ้งข่าว
บนเว็บไซต์ของกรมฝนหลวงฯ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในครั้งต่อไป”รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯกล่าว

ทั้งนี้กรมฝนหลวงฯได้พัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครฝนหลวงมาอย่างต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 7 โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นอาสาสมัครฝนหลวงจะได้รับการอบรมเกี่ยวกับการปฏิบัติการทำ
ฝนหลวง และอุตุนิยมวิทยา เช่น ความรู้เกี่ยวกับลักษณะของเมฆที่ทำให้เกิดฝน การติดตามสภาพอากาศ การวัดปริมาณน้ำฝน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจะได้รับการอบรมเรื่องการอนุรักษ์ดิน-น้ำ หลักสิทธิมนุษยชน การสื่อสารและการเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์ ดังนั้นอาสาสมัครฝนหลวงทุกคนมีจึงมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิบัติการฝนหลวงและการให้บริการฝนหลวงในแต่ละพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ทำให้การปฏิบัติการฝนหลวงตรงกับความต้องการของประชาชน อีกทั้งยังช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำฝนหลวงได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

นายสากล นารี อาสาสมัครฝนหลวงอำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตนเข้ารับการอบรมเพื่อเป็นอาสาสมัครฝนหลวงปี พ.ศ.2559 และได้นำความรู้ความเข้าใจไปใช้งานจริง เช่น ในปี 2560 บริเวณพื้นที่นาในอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน และอำเภอธวัชบุรี ข้าวเริ่มยืนต้นตาย และเมื่อได้รับบริการฝนหลวงทำให้ผลผลิตรอดพ้นจากความเสียหายได้ จากนั้นจึงทำหน้าที่อาสาสมัครฝนหลวงเรื่อยมาโดยในปีนี้ตนจะเริ่มลงสำรวจพื้นที่เกษตรโดยรวมในพื้นที่อำเภอเกษตรพิสัย ร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครฝนหลวงท่านอื่นที่อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างอำเภอเพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกัน แล้วจึงส่งข้อมูลอุณหภูมิ ภาพถ่ายท้องฟ้า ก้อนเมฆเป็นต้น ไปที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงให้ดำเนินการต่อ

“การเป็นอาสาสมัครฝนหลวงเป็นอาชีพสำคัญของผมต่อจากอาชีพเกษตรกร เพราะเกษตรกรต้องการน้ำ หน้าที่ของผมคือประสานงาน ติดตามพื้นที่ ที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้รับ
ฝนหลวง และเมื่อมีน้ำเรายังสามารถปลูกผักสวนครัวไว้กินภายในครอบครัว และขายเป็นรายได้เสริม จึงรู้สึกภูมิใจและดีใจที่ได้ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยกันแทนพ่อหลวง” นายสากลกล่าว

Leave a comment