#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/704662

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมร่วมกับนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) และ นายยุวพล วัตถุ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินที่มีหนี้ค้างชำระกับ ธ.ก.ส.” เพื่อร่วมแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรผู้ได้รับสิทธิจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งได้นำหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) มาใช้เป็นประกันหนี้ที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส.และไม่สามารถชำระหนี้ โดย กฟก.จะเข้ารับภาระหนี้แทนเกษตรกร ที่ค้างชำระกับ ธ.ก.ส.เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้
สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนต่อ กฟก. และได้นำหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ประกันหนี้ไว้กับ ธ.ก.ส. แล้วไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่ ธ.ก.ส. ได้ เมื่อ กฟก. เข้ารับภาระหนี้แทนเกษตรกรที่ค้างชำระหนี้ กับ ธ.ก.ส. แล้ว ให้เกษตรกรที่ได้รับสิทธิจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีสิทธินำหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) มาเป็นประกันหนี้กับ กฟก.ได้
ทั้งนี้ ขั้นตอนการจัดการหนี้ให้เกษตรกรที่ใช้เอกสารสิทธิ ส.ป.ก.นั้น กฟก.จะส่งรายชื่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้ตรวจสอบกับ ส.ป.ก.จากนั้นจะส่งรายชื่อไปตรวจสอบกับ ธ.ก.ส.หากเกษตรกรรายใดมีคุณสมบัติถูกต้อง กฟก.จะเจรจาขอชำระหนี้แทนกับเจ้าหนี้ (ธ.ก.ส.) ทั้งนี้ เกษตรกรต้องยืนยันตัวตนประสงค์ให้ กฟก.ชำระหนี้แทนกับ กฟก.ทุกจังหวัด ตั้งแต่บัดนี้