#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2613586

27 ม.ค. 2566 05:00 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
UN เผย เมียนมาผลิตฝิ่นพุ่งกระฉูด สูงสุดในรอบ 9 ปี
สหประชาชาติเผยรายงานใหม่ พบว่าการผลิตฝิ่นในเมียนมาสูงขึ้นเกือบเท่าตัว หลังเกิดการรัฐประหาร สู่ค่าสูงสุดในรอบกว่า 9 ปี
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ม.ค. 2566 องค์การสหประชาชาติ (UN) เผยแพร่รายงานระบุว่า การผลิตฝิ่นในประเทศเมียนมาเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2565 มีการผลิตฝิ่นเกือบ 795 ตัน สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2556 และเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากตัวเลข 423 ตัน ของปี 2564 ซึ่งกองทัพก่อการรัฐประหารยึดอำนาจ
สหประชาชาติ เชื่อว่าสาเหตุที่การผลิตฝิ่นมากขึ้น มีแรงผลักดันมาจากภาวะความยากลำบากทางเศรษฐกิจ และความไม่มั่นคงในประเทศ กอปรกับการเพิ่มขึ้นของราคายางฝิ่น ซึ่งมักถูกนำไปใช้ในการผลิตเฮโรอีน
“การหยุดชะงักทางเศรษฐกิจ, ความมั่นคง และการบริหาร ตามหลังการยึดอำนาจของกองทัพเมื่อกุมภาพันธ์ 2564 มาบรรจบกันแล้ว และชาวไร่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมักเกิดการต่อสู้รุนแรงอย่างรัฐฉาน ทางเหนือ และรัฐบริเวณชายแดน แทบไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกลับไปปลูกฝิ่น” เจเรมี ดักลาส ผู้แทนจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) กล่าว
รายงานของ UN บอกอีกว่า ในปี 2565 เศรษฐกิจของเมียนมาเผชิญแรงช็อกหลายอย่างจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน, ความไม่มั่นคงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง ซึ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นอย่างแรงให้ชาวไร่หันไปปลูก หรือขยายการผลิตฝิ่น
ตามการประเมินของสหประชาชาติ เมียนมาเป็นผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากอัฟกานิสถาน และทั้งสองประเทศก็เป็นแหล่งที่มาเกือบทั้งหมดของเฮโรอีนที่กระจายไปทั่วโลก โดยการผลิตฝิ่นของเมียนมามีมูลค่าสูงสุดถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การขายเฮโรอีนในภูมิภาคมีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โครงการปลูกพืชทดแทนยาเสพติดมากมาย และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นในเมียนมา ทำให้การปลูกฝิ่นลดลงเรื่อยๆ อย่างมั่นคง แต่การผลิตก็กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังการรัฐประหาร เนื่องจากฝิ่นกลายมาเป็นแหล่งเงินทุนของกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลในเมียนมา.
ที่มา : bbc