#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/707920

‘สปสช.’หารือ‘กรมแพทย์ทหารอากาศ’ ดูแลผู้มีสิทธิ์อื่นต่อเนื่องช่วงรอตีความกฎหมาย
วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะทำงานของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำโดย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เข้าหารือกับคณะผู้บริหารของ กรมแพทย์ทหารอากาศ นำโดย พล.อ.ท.วรงค์ ลาภานันต์เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ ขอสนับสนุนโรงพยาบาลในสังกัดให้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสิทธิประโยชน์กองทุนบัตรทอง เพื่อดูแลสุขภาพผู้มีสิทธิ์อื่นต่อเนื่อง ระหว่างรอความชัดเจนข้อกฎหมาย พร้อมรับข้อเสนอการเบิกจ่ายสู่การพัฒนาระบบต่อไป
นพ.จเด็จ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้มีมติชะลอการจ่ายงบประมาณบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ปีงบประมาณ 2566 ในส่วนของประชาชนผู้ไม่ใช่สิทธิบัตรทอง 30 บาท อาทิ สิทธิสวัสดิการข้าราชการ, รัฐวิสาหกิจ และประกันสังคม เป็นต้น เพื่อรอความชัดเจนทางกฎหมายในมาตรา 5, 9 และ 10 ใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
และเพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิอื่นซึ่งไม่ใช่สิทธิบัตรทองได้รับการดูแลสร้างเสริมสุขภาพฯ อย่างต่อเนื่อง สปสช. จึงได้ประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มีสถานพยาบาลภายใต้สังกัดและร่วมบริการระบบบัตรทอง 30 บาท ได้ให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ กับผู้ไม่ใช่สิทธิบัตรทอง 30 บาท ในระหว่างนี้ไปก่อน สำหรับในครั้งนี้จึงได้มาหารือขอการสนับสนุนจากกรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อให้โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการในสังกัด
อาทิ โรงพยาบาลภูมิพล โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) เป็นต้น ร่วมให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ รวมถึงบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีกับผู้ไม่ใช่สิทธิบัตรทอง เฉพาะประชากรที่อยู่ในการดูแลรับผิดชอบของโรงพยาบาลเท่านั้น เช่นเดียวกับที่ สปสช. ได้ขอการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร กรมการแพทย์ทหารบก และกรมการแพทย์ทหารเรือก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ จากผลการประชุมเป็นไปได้ด้วยดี โดยทางเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศมีความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชนในการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ซึ่ง สปสช.ชี้แจงโดยย้ำว่า บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้กองทุนบัตรทอง 30 บาทสปสช. ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับผู้มีสิทธิ์อื่นไว้แล้วจำนวน 5.14 พันล้านบาทเพียงแต่เมื่อมีการท้วงติงข้อกฎหมายทำให้ต้องมีการชะลอการจ่ายเงินในส่วนนี้ออกก่อนเท่านั้น ไม่ใช่ไม่มีงบประมาณดำเนินการ ขณะที่สิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ มีเพียงกองทุนบัตรทอง30 บาทที่ครอบคลุมดูแล
“ในการหารือกับกรมแพทย์ทหารอากาศในครั้งนี้ และหน่วยงานอื่นๆ ก่อนหน้านี้ เป็นผลมาจากการประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 14 ธ.ค2565 ซึ่งมอบให้ สปสช. ประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สถานพยาบาลหรือหน่วยบริการภายใต้สังกัดให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ เพื่อให้เกิดการดูแลประชาชนผู้มีสิทธิ์รักษาพยาบาลอื่นให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์สุขภาพที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง และเป็นบริการที่ควรได้รับการดูแล ไม่ว่าจะเป็นบริการฝากครรภ์คุณภาพ บริการวัคซีนพื้นฐาน เป็นต้น” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในโอกาสนี้ผู้บริหารโรงพยาบาลสังกัดกรมแพทย์ทหารอากาศยังได้หารือในข้อติดขัดการเบิกจ่ายค่าบริการของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา เช่น กรณีการเบิกจ่ายค่าบริการคัดกรองโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยในที่เกินระยะเวลาการใช้งบประมาณ พ.ร.บ.เงินกู้ฯ ค่าบริการที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายชดเชยได้ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะเพื่อให้การเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการต่างๆ ให้กับหน่วยบริการเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง อาทิ กำหนดช่องทางส่งข้อมูลการเบิกจ่ายชดเชยให้มีเพียงช่องทางเดียว การกำหนดการตรวจสอบการเบิกค่าชดเชยให้เหมาะกับบริบทของสถานพยาบาลแต่ละระดับ และการเบิกค่าบริการโครงการพิเศษควรดำเนินการร่วมกับการรักษาตามสิทธิพื้นฐาน เป็นต้น โดย สปสช. ได้รับข้อเสนอต่างๆ นี้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบต่อไป