3 โรคเสี่ยงของวัยรุ่นฟันน้ำนม ที่พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/709012

3 โรคเสี่ยงของวัยรุ่นฟันน้ำนม ที่พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

3 โรคเสี่ยงของวัยรุ่นฟันน้ำนม ที่พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรคของเด็กไม่ใช่เรื่องเล็กๆ 3 กุมารแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2แนะพ่อแม่ยุคใหม่ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของวัยรุ่นฟันน้ำนม ช่วงอายุระหว่างแรกเกิดจนถึง 15 ปี ให้มากขึ้นด้วยการใส่ใจ ระวัง ป้องกันก่อนที่เด็กจะป่วยทั้งกายและใจแบบไม่ทันตั้งตัว กับ “3 โรคเสี่ยงของวัยรุ่นฟันน้ำนมที่พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ” ได้แก่ ภูมิแพ้พฤติกรรมเด็ก และโรคอ้วน

ศ.พญ.จรุงจิตร์ งามไพบูลย์ กุมารแพทย์หัวหน้าศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น กุมารแพทย์ด้านโรคภูมิแพ้และอิมมูนวิทยาในเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2 อดีตนายกสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภูมิแพ้ เกิดได้ทั้งจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เราอาจคาดไม่ถึง อาทิ สภาวะอากาศ ไรฝุ่น แมลงสาบ อยู่ในบ้านที่เลี้ยงสัตว์มีขน หรือได้รับมลพิษทางอากาศ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ควันบุหรี่ ฝุ่น PM2.5 ส่วนใหญ่อาการของโรคภูมิแพ้เกิดจากปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันในร่างกายมีการตอบสนองมากผิดปกติต่อสารก่อภูมิแพ้ที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่อวัยวะต่างๆ ได้แก่ ระบบผิวหนังและเยื่อบุ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ

“คุณพ่อ-คุณแม่สามารถสังเกตอาการที่อาจเกิดขึ้นกับลูกได้ง่ายๆ อาทิ อาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก หรือคันตาที่เป็นๆ หายๆ ท่านสามารถพาเด็กๆ มาพบแพทย์เพื่อซักประวัติและตรวจร่างกายสำหรับการวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ ทดสอบสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น การทดสอบทางผิวหนัง หรือการตรวจเลือด ซึ่งปัจจุบันนิยมทำการทดสอบด้วยวิธีที่เรียกว่า การทดสอบทางผิวหนังเพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ (Skin Prick Test) ซึ่งทำได้ง่าย รวดเร็ว เห็นผลตรงจุด ชัดเจน จะช่วยให้คุณพ่อ-คุณแม่และเด็กสามารถหลีกเลี่ยงการก่อภูมิแพ้ได้โดยตรง รักษาหายได้เร็วขึ้นได้โดยที่เด็กๆ ไม่ต้องทานยาเยอะ”

พญ.ณิชา ลิ้มตระกูล กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพฤติกรรมและพัฒนาการศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า ปัญหาเกี่ยวกับเด็กในช่วงอายุระหว่างแรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นโรคสมาธิสั้น พูดช้าก้าวร้าว ฯลฯ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมเด็กและปรึกษาคุณหมอในเบื้องต้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก และทราบถึงพัฒนาการ พฤติกรรมของเด็กในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร เหมาะสมเป็นไปตามวัยหรือไม่และสิ่งใดที่เป็นปัญหาที่แท้จริงของเด็กพร้อมทั้งรับแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณพ่อ-คุณแม่และผู้เลี้ยงดูมีความเข้าใจ สามารถเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการให้แก่เด็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ก่อนที่จะมีการตรวจประเมินพัฒนาการเด็กในด้านต่างๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษา รวมถึงการช่วยเหลือตัวเองและการเข้าสังคม พร้อมทั้งทีมนักกิจกรรมบำบัดที่ดูแลการปรับพฤติกรรมอย่างครบวงจร

พญ.นวลผ่อง เหรียญมณี กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวถึงโรคอ้วนในเด็กว่า เป็น 1 ใน 5 ของปัญหาสำคัญ ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ระบุไว้ เด็กไทยอายุ 3-18 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินถึงร้อยละ 7 และเป็นเด็กที่จัดอยู่ในเกณฑ์อ้วนถึงร้อยละ 9 ความอ้วนของเด็กไม่ควรมองข้าม เพราะอาจจะส่งผลร้ายทั้งร่างกายและจิตใจในระยะยาว รวมถึงการเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนกับเด็กได้ซึ่งหากพ่อแม่ยังคงละเลยและมองเป็นเรื่องน่ารัก อาจทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาอย่างไม่ทันตั้งตัว อาทิ โรคเบาหวาน หยุดหายใจขณะหลับ นอนกรนภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง นิ่วในถุงน้ำดี รวมไปถึงกระดูกและข้อก็มีโอกาสเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

“คุณพ่อ-คุณแม่ยุคนี้ควรตระหนักถึงความอ้วนของเด็กให้ดี อย่ามองว่าเป็นเพียงความน่ารัก ควรระมัดระวังป้องกันก่อนจะเกิดโรคกับลูก หาก
ไม่แน่ใจว่าลูกของคุณจัดอยู่ในกลุ่มเด็กอ้วนเกินมาตรฐานหรือไม่ สามารถเข้ามาปรึกษาและรับคำแนะนำจากคุณหมอได้รอบด้าน ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย ในเด็กที่มีความเสี่ยงหรือสภาวะความอ้วนที่เกิดขึ้นแบบผิดปกติกับเด็ก รวมไปถึงวางแผนการรักษา ตั้งจุดหมายร่วมกันเพื่อรักษาโรคอ้วนในเด็กให้หายขาด ไม่ใช่เพียงแค่ลดน้ำหนักเท่านั้น อีกทั้งยังสามารถติดตามวัดผลน้ำตาลในเลือดได้ด้วยเครื่องวัดระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่องหรือ Continuous Glucose Monitoring (CGM) อุปกรณ์ที่สามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลได้แบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง”

เพื่อสุขภาพและพัฒนาการที่ดีของลูกรักจะได้เป็นไปอย่างเหมาะสมตามวัยที่กำหนด พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 ศูนย์กลางแห่งศูนย์สุขภาพเด็กแบบครบวงจร One Stop Service โดยทีมกุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02-2716700 ต่อ 3220-3223 หรือ Phyathai Call Center 1772 ตลอด 24 ชั่วโมง

Leave a comment