หญิงไทยดับคาซากเซ่นแผ่นดินไหวในตุรกี นานาชาติเร่งค้นหา ยอดตายทะลุหมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2624875

หญิงไทยดับคาซากเซ่นแผ่นดินไหวในตุรกี นานาชาติเร่งค้นหา ยอดตายทะลุหมื่น

9 ก.พ. 2566 05:17 น.

หญิงไทยดับคาซากเซ่นแผ่นดินไหวในตุรกี นานาชาติเร่งค้นหา ยอดตายทะลุหมื่น

หญิงไทยดับสังเวยแผ่นดินไหวตุรกี 1 ศพ พบจมอยู่ใต้ซากปรักหักพังของตึกที่ถล่มลงมา กระทรวงการต่างประเทศแจ้งญาติผู้เสียชีวิตในไทยแล้ว นานาชาติเร่งส่งหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือค้นหาผู้เสียชีวิตและผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรม “แผ่นดินไหว” 7.8 แมกนิจูด ที่คร่าชีวิตผู้คนจมอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารนับหมื่น ขณะที่ แผ่นดินตุรกี-ซีเรียยังระงมไปด้วยเสียงร่ำไห้และน้ำตาของผู้สูญเสียจากเหตุการณ์วิปโยค ชาวโลกสะเทือนใจภาพชีวิตพ่อนั่งจับมือลูกที่ตายคาเตียงนอนไว้ไม่ยอมปล่อย ด้านเด็กหญิงวัย 14 ปีถูกช่วยเหลือจากใต้ซากออกมาได้เรียกหน่วยกู้ภัยไปช่วยพ่ออีกรายเด็กชายถูกซากตึกหนีบขยับร่างกายไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องป้อนน้ำประทังชีวิตและใช้เวลาถึง 40 ชั่วโมงถึงช่วยมาได้

เสียงร่ำไห้ของผู้สูญเสียครอบครัวลูกหลานญาติพี่น้องจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศตุรกีที่ครอบคลุมไปถึงประเทศซีเรียยังระงมไปทั่วทั้งแผ่นดิน หยาดน้ำตาของผู้สูญเสียทุกคนยังรินหลั่งกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมดังกล่าวที่นับเป็นเรื่องสุดแสนสะเทือนใจของชาวโลกอย่างยิ่ง ขณะที่นานาชาติเร่งให้ความช่วยเหลือ ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปร่วมค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากตึกที่พังถล่มลงมา

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด เขย่าธรณีภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างครอบคลุมไปถึงภาคเหนือของประเทศซีเรีย ว่าปฏิบัติการค้นหาร่างของผู้ที่จมอยู่ใต้ซากปรักหักพังของตึกสูง ที่มีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ภาวะกดดันอย่างมากเนื่องจากต้องทำงานแข่งกับเวลาเนื่องด้วยสภาพอากาศได้ทวีหนาวเย็นลงเรื่อยๆ ลดโอกาสในการรอดชีวิตของผู้เคราะห์ร้ายที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ทั้งนี้ หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ภัยพิบัติชี้แจงว่าสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกจากใต้ซากตึกได้มากกว่า 8,000 คน แต่เกรงว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับทวีคูณ ยอดเหยื่อเคราะห์ร้ายที่เสียชีวิตได้รับการยืนยันในช่วงเย็นวันที่ 8 ก.พ.ในตุรกีอยู่ที่ 8,574 ศพ ในซีเรีย 2,530 ศพ ยอดรวม

ผู้เสียชีวิตจากสองประเทศอยู่ที่ 11,104 ศพ และเชื่อว่าผู้เสียชีวิตจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป เพราะมีหลายพื้นที่ที่ยังตรวจสอบไม่ทั่วถึง ขณะที่อุณหภูมิได้ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ในจังหวัดกาเซียนเทปจุดศูนย์กลางความเสียหาย มีอุณหภูมิอยู่ที่ 1-5 องศาเซลเซียส ทำให้การทำงานค่อนข้างประสบกับความยากลำบากกับการค้นหาผู้รอดชีวิตผู้สื่อข่าวต่างประเทศในพื้นที่รายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำงานอย่างเร่งด่วนสลับกับการหยุดพักเป็นระยะๆ เพื่อเงี่ยหูฟังเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเหยื่อแผ่นดินไหวที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร ขณะที่ในบางพื้นที่ปรากฏภาพอันน่าเศร้าสลดใจอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นภาพของผู้เป็นพ่อรายหนึ่ง ที่นั่งเฝ้าศพลูก พร้อมกับจับมืออันเย็นชืดของลูกที่เสียชีวิตแบบไม่รู้ตัวคาเตียงนอน โดยมือดังกล่าวได้ยื่นออกมาจากซากอาคารที่ถูกคอนกรีตก้อนใหญ่ทับไว้ ส่วนอีกหลายคนนั่งแบบหมดอาลัยตายอยากอยู่บนถนน เฝ้าศพญาติพี่น้องหรือเพื่อนบ้านที่ถูกห่อไว้ด้วยผ้าห่มหรือผ้าขาว ตลอดจนถึงการพบเห็นแขนขาของศพยื่นโผล่ออกมาจากซากอิฐซากปูนของตึกที่พังถล่มลงมา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปเก็บกู้ออกมาได้

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังได้รับการไหว้วานจากชาวบ้านจำนวนมากให้ช่วยไปตามเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ชาวบ้านระบุว่าได้รับแผ่นกระดาษเขียนขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ติดอยู่ใต้ซาก ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไม่มีอุปกรณ์หนักที่จะมาเคลื่อนย้ายยกซากแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ ขณะที่มีเด็กหญิงวัย 14 ปีรายหนึ่งในจังหวัดคาฮามาน มาราชของตุรกี ที่ได้รับการช่วยเหลือออกจากซากตึกและละล่ำละลักพูดคำแรกกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าช่วยพ่อหนูด้วย พร้อมกับชี้มือไปยังจุดที่ถูกดึงตัวออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้เครื่องมือขุดเจาะต่อ จนสามารถช่วยพ่อของเด็กหญิงออกมาได้สำเร็จ น่าเศร้าที่สมาชิกครอบครัวอีก 2 คนที่จมอยู่ในซากอิฐหินใกล้ๆกันไม่รอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีหนูน้อยชาวซีเรียรายหนึ่งถูกซากตึกหนีบไว้จนขยับตัวไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องคอยป้อนน้ำประทังชีวิตไว้และพยายามเจาะซากคอนกรีตอย่างระมัดระวัง จนสามารถช่วยเหลือออกมาได้หลังเวลาผ่านไป 40 ชั่วโมง

ในท่ามกลางวิกฤติอันหนักหนาสาหัสสากรรจ์ของชาวตุรกี มีชาวบ้านบางส่วนเริ่มแสดงความไม่พอใจ และกล่าวว่าเหตุโศกนาฏกรรมผ่านไป 2 วันแล้ว แต่ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ทางการสักคนที่จะมาช่วยมีแต่อาสาสมัครเท่านั้นที่มาช่วยเหลือชาวบ้าน สื่ออัลจาซีรายังรายงานว่า โรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่ภัยพิบัติกำลังประสบปัญหาไม่มีที่ว่างพอที่จะเก็บศพผู้ที่เสียชีวิตแล้วเนื่องจากพื้นที่เต็ม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจวางศพทิ้งไว้เกลื่อนกลาดบริเวณด้านนอกอาคาร

สำนักข่าวเอพีรายงานด้วยว่า ทีมสนับสนุนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากนานาชาติยังคงทยอยเดินทางถึงตุรกีอย่างต่อเนื่อง มีทั้งทีมจากจีน 82 คน ที่นำอุปกรณ์กู้ภัย อุปกรณ์การแพทย์ กับเสบียงต่างๆ ที่จำเป็นรวมกว่า 21 ตัน ทีมจากอิสราเอล 150 คนพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต ขณะที่รัสเซียส่งทีมกู้ภัย 300 คนมาช่วยค้นหาผู้รอดชีวิตในซีเรีย พร้อมตั้งจุดกระจายสิ่งของบรรเทาทุกข์ ส่วนทีมจากสหรัฐฯกว่า 100 คน พ่วงด้วยสุนัขดมกลิ่น 6 ตัว อยู่ระหว่างเดินทางสู่ตุรกี ขณะที่นายเรเซป ทายยิบ เออร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี เดินทางเยี่ยมพื้นที่ภัยพิบัติในจังหวัดคาฮามานมาราช

วันเดียวกัน นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ว่า มีสตรีชาวไทย 1 ราย เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวในตุรกี โดยพบศพที่ใต้ซากปรักหักพังของอาคาร ในเมืองอิสเคนเดอรุน (Iskenderun) ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แจ้งไปยังครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตแล้วและกำลังเร่งประสานงานกับทางการตุรกีเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตมาด้วย

อีกด้านนายอสิ ม้ามณี อธิบดีกรมยุโรปพร้อมด้วยนายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา เป็นประธานการประชุมทางไกลเตรียมการให้ความช่วยเหลือตุรกีและซีเรียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยมีเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน (รับผิดชอบประเทศซีเรีย) และผู้แทนหน่วยงานของภาครัฐ-เอกชนเข้าร่วมประชุม โดยความช่วยเหลือเบื้องต้นมีเงิน 5 ล้านบาทแก่ตุรกีและอีก 1 ล้านบาทแก่ซีเรีย รวมถึงการจัดส่งหน่วยกู้ภัยและแพทย์เผชิญเหตุฉุกเฉิน การเตรียมจัดส่งอาหารและของใช้จำเป็นตามความต้องการของประเทศผู้รับ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ทั้งในตุรกีและซีเรีย รวมถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบ บ่ายวันเดียวกัน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ได้ลงนามแสดงความเสียใจต่อกรณีแผ่นดินไหว ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย โดยมีนางแซรัป แอร์ซอย เอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ

Leave a comment