#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2626900

11 ก.พ. 2566 05:14 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐฉบับพิมพ์
ยอดดับ 21,719 ศพ เหยื่อแผ่นดินไหว “ตุรกี-ซีเรีย” ทีมแพทย์ไทยไปถึงแล้ว (คลิป)
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุวิปโยคในดินแดนตุรกีและซีเรียพุ่งทะลุ ไปกว่า 2 หมื่นศพ บาดเจ็บกว่า 7 หมื่นราย ทำลายสถิติยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองอิสตันบูล ปี 2542 ที่คร่าชีวิตผู้คนไป 1.8 หมื่นศพ แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี หน่วยกู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากตึกที่พังพินาศได้หลายราย ในจำนวนนี้มีครอบครัวรวม 6 ชีวิต ติดอยู่ในซากตึก ที่พังถล่ม ต้องอัดตัวเบียดเสียดอยู่รวมกันในซอกเล็กๆ ใต้ซากอาคารเฝ้ารอคอยความช่วยเหลือที่ยาวนานถึง 101 ชั่วโมง ขณะที่เด็กชายวัย 17 ปี ถูกช่วยขึ้นมาจาก ซากอิฐซากหินหลังติดอยู่นาน 94 ชั่วโมง เผยเหตุ ที่ยังมีลมหายใจเพราะกิน “ฉี่” ตัวเองประทังชีวิตไว้ ส่วนทารกแรกคลอดชาวซีเรียเพศหญิงที่หน่วยกู้ภัยควักตัวออกมาจากบ้านหลังหนึ่งในสภาพสายสะดือยังไม่ขาดจากท้องแม่ ญาติเตรียมรับไปอุปการะทันที หลังออกจาก รพ. แพทย์ไทยทีมแรกถึงตุรกีแล้ว ตั้งวอร์รูม ช่วยเหลือ เผยเริ่มมีอหิวาตกโรคระบาดในบางจุด
ผ่านไปกว่า 4 วันแล้วสำหรับเหตุการณ์ที่เสมือนเป็นฝันร้ายไปตลอดชีวิตของชาวตุรกีและชาวซีเรียจากโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงขนาด 7.8 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดวันที่ 6 ก.พ. เขย่าพสุธาคร่าชีวิตผู้คนสองชาติทั้งเด็กผู้ใหญ่หญิงชายและคนชรา ที่กำลังนอนหลับสนิทในช่วงเช้ามืดไปกว่า 2 หมื่นคน บาดเจ็บทั้งสาหัสและไม่สาหัสอีกหลายหมื่นคน ท่ามกลางความช่วยเหลือของนานาชาติที่ระดมสรรพกำลังเข้าไปเก็บกู้ซากปรักหักพังของอาคารทั้งในพื้นที่ตุรกีที่พังราบเป็นหน้ากลองกว่า 6 พันแห่ง ส่วนของซีเรียพังพินาศกว่า 2 พันแห่ง พร้อมทั้งยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากกับเร่งเก็บศพผู้เสียชีวิตในพื้นที่ภัยพิบัติทั้งหมด
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่เป็นวันที่ 4 ของปฏิบัติการกู้ภัยจากเหตุโศกนาฏกรรมแผ่นดิน ไหว เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยจากทั่วทุกมุมโลกยังเร่งมือค้นหาผู้ที่อาจรอดชีวิตอย่างไม่ลดละ แม้ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตริบหรี่ลงทุกขณะท่ามกลางอุณหภูมิถึงขั้นจุดเยือกแข็ง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าที่เมืองอิสเคนเดอรุน ทางตอนใต้ของตุรกี ทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือครอบครัว 6 ชีวิต ให้รอดพ้นจากความตาย ภายหลังทั้งหมดต้องอัดตัวเบียดเสียดอยู่รวมกันภายในซอกเล็กๆของซากอาคารที่พังถล่มลงมา หลังจากติดอยู่อย่างยาวนาน 101 ชั่วโมง
ส่วนที่เมืองกาเซียนเทปทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกีใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ทีมกู้ภัยดึงตัวเด็กหนุ่มวัย 17 ปี ชื่อนายอัดนัม มูฮัมเหม็ด คอร์คุต ออกจากห้องใต้ดินของตึกแห่งหนึ่ง ตั้งแต่เกิดแผ่นดิน ไหว ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนและญาติที่ตะโกนเรียกชื่อ พร้อมปรบมือกึกก้องและร่ำไห้ออกมาด้วยความปลื้มปีติที่หนุ่มน้อยรอดตายมาได้ ขณะที่เจ้าตัวส่งยิ้มให้ทุกคนขณะถูกลำเลียงขึ้นรถพยาบาลและเผยว่าที่ยังมีลมหายใจรอดชีวิตมาได้เพราะดื่มน้ำปัสสาวะของตัวเองประทังชีวิตเอาไว้หลังต้องติดอยู่ในห้องใต้ดินนานถึง 94 ชั่วโมง

สำนักข่าวอานาโดลู ของรัฐบาลตุรกียังรายงานว่า ที่เมืองฮาเทย์ทางตอนใต้ของประเทศ ทีมกู้ภัยประสบความสำเร็จในการช่วยเด็กวัย 1 ขวบครึ่ง รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวที่มีทั้งพ่อ แม่ พี่ชายและลุง ออกมาจากเศษซากอาคารที่ถล่มลงมาได้หลังรอความช่วยเหลือนานประมาณ 96 ชั่วโมง ขณะที่ในช่วงเช้าวันเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้ช่วยเหลือชายหนุ่มวัย 26 ปี ชื่อนายอัลเบิร์ต ชัชมา ที่ยังรอดชีวิตอยู่ในซากตึกที่จังหวัดคาฮามานมาราช ที่เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากแผ่นดินไหว
ส่วนทารกหญิงแรกคลอดชาวซีเรีย ที่เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยอุ้มออกมาได้อย่างปลอดภัย จากใต้ซากปรัก หักพังของบ้านในสภาพยังมีสายสะดือติดกับร่างของมารดาที่เสียชีวิต พร้อมกับสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด จนเป็นข่าวดังได้รับความสนใจทั่วโลก มีรายงานว่าเด็กน้อยถูกตั้งชื่อว่า “อายา” เป็นภาษาอาหรับที่หมายความว่า “ปาฏิหาริย์จากพระเจ้า” ขณะที่ผู้เป็นน้องของปู่ของเด็กจะรับตัวหนูน้อย “มายา” ไปดูแลอุปการะทันทีที่หนูน้อยออกจากโรงพยาบาล
วันเดียวกัน สำนักจัดการภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติของตุรกี รายงานยอดผู้เสียชีวิตในตุรกีเพิ่มขึ้นเป็น 18,342 ราย ผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเป็น 74,242 ราย ทั้งยังระบุว่าเกิดอาฟเตอร์ช็อกทั้งหมด 1,509 ครั้ง ขณะที่ยอดเหยื่อแผ่นดินไหวในซีเรียเพิ่มเป็นอย่างน้อย 3,377 ราย (ยอดวันที่ 10 ก.พ.) ทำให้ยอดรวมผู้เคราะห์ร้ายจากทั้ง 2 ประเทศรวมเป็นอย่างน้อย 21,719 ราย (ยอดวันที่ 10 ก.พ.) จำนวนผู้เสียชีวิตในครั้งนี้พุ่งสูงทำลายสถิติยอดผู้เสียชีวิตในเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ในเมืองอิสตันบูล เมื่อปี 2542 ที่สร้างความเสียหายรุนแรง คร่าชีวิตผู้คนไปราว 18,000 ศพ
ส่วนทีมแพทย์และทีมกู้ภัยของไทยรวม 42 คน ที่รัฐบาลส่งไปช่วยเหลือนั้น นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า เดินทางไปถึงเมืองอิสตันบูลเรียบร้อยและเข้าพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว มี นพ.เกษมสุข โยธาสมุทร นายแพทย์ชำนาญการ รพ.เลิดสิน เป็นหัวหน้าทีม จะประเมินสถานการณ์ความเสียหาย ระบบขนส่ง ระบบโครงสร้างต่างๆ ส่งกลับมาให้ไทยส่งความช่วยเหลือเพิ่ม โดยในส่วนของเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ทางตุรกีร้องขอการสนับสนุนกว่า 200 รายการ แต่ไทยสามารถส่งความช่วยเหลือได้ราวๆ 20 กว่ารายการ รวมเป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท เป็นงบกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้อาจมีการพิจารณาส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ที่จำเป็นไปร่วมปฏิบัติงานในโรงพยาบาลพื้นที่ด้วย เนื่องจากต้องมีการผ่าตัดผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และขณะนี้เริ่มมีข่าวการระบาดของอหิวาต์ในพื้นที่บางจุดและต้องตรวจสอบข้อมูลต่อไป