หลั่งน้ำตายินดี เด็กๆ-คนแก่รอด ทรมาน “150 ชั่วโมง” ใต้ซากตึกตุรกี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2628160

หลั่งน้ำตายินดี เด็กๆ-คนแก่รอด ทรมาน "150 ชั่วโมง" ใต้ซากตึกตุรกี

13 ก.พ. 2566 05:04 น.

หลั่งน้ำตายินดี เด็กๆ-คนแก่รอด ทรมาน “150 ชั่วโมง” ใต้ซากตึกตุรกี

ลุ้นปาฏิหาริย์รายวัน หลังทีมกู้ภัยเจอผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนในตุรกีและซีเรียอย่างต่อเนื่อง ทั้งทารกยันผู้สูงวัย หลังแผ่นดินไหวใหญ่มาครบสัปดาห์ ขณะที่ยอดตายยังพุ่งไม่หยุดทะลุกว่า 2.9 หมื่นศพ ยูเอ็นคาดผู้เสียชีวิตอาจทะยานไปอีกเท่าตัว ขณะเดียวกันเริ่มมีการก่อความวุ่นวาย ปล้นชิงอาหารในบางพื้นที่ประสบภัย กลายเป็นอุปสรรคในการค้นหาช่วยเหลือผู้ที่อาจรอดชีวิต ส่วน USAR Thailand ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ในเขตเมืองเก่า K-9 พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ด้านสถานเอกอัครราชทูตฯยันยังไม่มีรายงานหญิงไทยเสียชีวิตรายที่ 2

สำนักข่าวต่างประเทศยังคงเกาะติดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวใหญ่ ขนาด 7.8 และ 7.5 แมกนิจูด ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างแก่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี หรือตุรเคีย ลามไปถึงภาคเหนือของประเทศซีเรีย อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อก่อนรุ่งสางวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.เจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นและทีมกู้ภัยนานาชาติยังคงค้นพบผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน แม้เวลาจะล่วงเลยมาครบสัปดาห์ โดยที่เมืองฮาเทย์ของประเทศตุรกี ไม่ไกลจากพรมแดนประเทศซีเรีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือทารกวัย 5 เดือน ออกจากใต้ซากอาคาร สื่อท้องถิ่นระบุว่า หนูน้อยติดอยู่ในช่องว่างของเศษปูนเป็นเวลากว่า 140 ชั่วโมง ไม่ได้ถูกกลบฝัง เนื้อตัวยังสะอาดตอนที่เจ้าหน้าที่อุ้มออกมา แต่อยู่ในสภาพอิดโรยนอนหลับตา ไม่ร้องหรือขยับเขยื้อนตัวแต่อย่างใด

จากนั้นเจ้าหน้าที่อีกจุดหนึ่งในเมืองฮาเทย์ ค้นพบชาย วัย 35 ปี รอดชีวิตอยู่ใต้ซากปรักหักพังและช่วยเหลือออกมาได้สำเร็จ จากการสอบถามเจ้าตัวยังมีสติพูดได้เล็กน้อย แม้ติดอยู่ใต้ซากอาคารนานกว่า 149 ชั่วโมง โดยระบุว่าชื่อ มุสตาฟา ซาริกุล ส่วนที่เมืองอาดิยามาน ทางตะวันออกของจังหวัดกาเซียนเทป จุดศูนย์กลางความเสียหาย ชุดกู้ภัยประสบความสำเร็จในการช่วยเด็กชาย วัย 7 ขวบ ออกจากซากอาคารหลังติดค้างอยู่นานกว่า 152 ชั่วโมง หนูน้อยมีสภาพเนื้อตัวซีด แต่ยังยิ้มได้เล็กน้อย จากการเช็กสภาพร่างกายเจ้าหน้าที่รีบใส่เฝือกคอให้เด็กชาย และเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งหลังการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่หลายรายได้เข้าสวมกอดกัน บางคนน้ำตาไหลด้วยความยินดี

นอกจากนี้ มีรายงานการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากหลายเมืองในตุรกีและซีเรีย หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เด็กหญิงวัย 13 ขวบ ถูกช่วยเหลือที่เมืองกาเซียนเทปของตุรกี ข่าวการช่วยเหลือหญิงชรา วัย 70 ปี จากใต้ซากปรักหักพังในเมืองคาฮามานมาราช ส่วนที่ซีเรีย มีเด็กหญิงวัย 12 ขวบ ได้รับการช่วยเหลือจากซากบ้านในเมืองคูดี หนูน้อยยังคงยิ้มได้เล็กน้อย แม้จะมีบาดแผลตามใบหน้าและปากแตกเป็นแผลเหวอะหวะ เจ้าหน้าที่รีบนำแผ่นฟลอยด์เก็บความร้อนมาห่อตัวไว้ก่อนนำขึ้นรถฉุกเฉินส่งสถานพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ ทางการตุรกียังคงปรับยอดเหยื่อเคราะห์ร้ายเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในรอบ 80 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเย็นวันที่ 12 ก.พ. ยอดผู้เสียชีวิตในตุรกีอยู่ที่ 24,617 ศพ ขณะที่ในซีเรียระบุตัวเลขคร่าวๆมีมากกว่า 4,500 ศพ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในสองประเทศพุ่งทะลุ 29,000 ศพ อย่างไรก็ตาม นายมาร์ติน กริฟฟิธส์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้เสียชีวิตในตุรกีและซีเรีย อาจเพิ่มอีกประมาณเท่าตัวหรือมากกว่านั้น ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศตีความว่า หากดูจากยอดเสียชีวิตปัจจุบันแล้ว การเพิ่มขึ้นเท่าตัวก็คือ ยอดผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง 50,000 ศพ

นอกจากนี้ วันเดียวกันมีรายงานว่า หน่วยกู้ภัยจากเยอรมนีและออสเตรีย ที่ลงพื้นที่ภัยพิบัติประกาศระงับปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือเป็นการชั่วคราว หลังเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบสังกัด ยิงปะทะกันในพื้นที่ภาคใต้ของตุรกี กองทัพตุรกีต้องส่งกำลังเข้ารักษาความสงบ ซึ่งต่อมามีการระบุว่า มีผู้ถูกจับกุมกว่า 50 คน และยึดปืนได้จำนวนหนึ่ง ฐานก่อความวุ่นวาย ปล้นสะดมอาหาร ในขณะที่อาหารและน้ำสะอาดสำหรับผู้ประสบภัยเริ่มร่อยหรอลง

สำหรับความคืบหน้าการส่งความช่วยเหลือของไทยไปยังตุรกี นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า ตามที่รถยนต์ของสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ประสบอุบัติเหตุระหว่างการส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้คนไทยในตุรกีและผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว นายอภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง เอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการาและเจ้าหน้าที่ทุกคนปลอดภัยดี ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย มีขวัญกำลังใจที่ดีและพร้อมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือคนไทยต่อไป ทั้งนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ได้แสดงความห่วงใย รวมทั้งส่งกำลังใจให้ทีมสถานเอกอัครราชทูตฯ และเจ้าหน้าที่จากประเทศ ไทยทุกท่าน ให้ปฏิบัติภารกิจลุล่วงตามเป้าหมาย

ขณะที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นำส่งถุงยังชีพให้แก่คนไทยในพื้นที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวทางตอนใต้และทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกีในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวหญิงไทยผู้เสียชีวิตรายที่ 2 จากเหตุแผ่นดินไหวทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2566 นั้น สถานทูต ขอเรียนว่าสถานทูตยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางการตุรกีแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกับทางการตุรกีอย่างต่อเนื่องทุกวัน และได้ติดต่อญาติของผู้สูญหายเพื่อขอข้อมูลเบาะแสของผู้สูญหายไปประกอบการค้นหาตัว หากมีการยืนยันที่ถูกต้องและเป็นทางการจากทางการตุรกีแล้วสถานทูตจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยเร็ว ทั้งนี้
หากมีเบาะแสเพิ่มเติมประการใด ท่านสามารถส่งข้อมูลดังกล่าวมายังกล่องข้อความของสถานทูตได้ เพื่อทางสถานทูตจะรวบรวมสอบถามทางฝ่ายตุรกีต่อไป

ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของทีม USAR Thai land ที่เข้าไปช่วยค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศตุรกี ที่เมืองฮาเทย์ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ซึ่งเป็นวันที่สอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่าเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลา 18.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ทีม USAR Thailand ลงพื้นที่ในเขตเมืองเก่า ทั้งหมด 5 ที่ ด้านทิศเหนือ และใต้ ปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง 8 ชม. ทีมสนับสนุนการค้นหาตามที่ได้รับการร้องขอในพื้นที่ด้วยสุนัขค้นหา K-9 และอุปกรณ์ค้นหา ไม่พบผู้รอดชีวิต พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย โดย K-9 ซาฮาร่า และ K-9 เซียร่า ได้กลิ่น และเดินวนทั้ง 2 ตัว ในพื้นที่ที่พบผู้เสียชีวิต ต่อมามีทีมอื่นมาช่วยขุดและแจ้งว่าพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่และสุนัขค้นหาทั้งสองตัวปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน

Leave a comment