คืนชีพ ‘ตลาดน้ำ’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710822

คืนชีพ ‘ตลาดน้ำ’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

คืนชีพ ‘ตลาดน้ำ’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.50 น.

การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมการบริการที่สร้างรายได้และการจ้างงานให้กับประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ในปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ และสามารถสร้างรายได้เป็นสัดส่วนค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการท่องเที่ยวทุกประเภทที่เกิดขึ้นทั่วโลก ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยก็ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม Soft Power ความเป็นไทยมิติวัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวและมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมีเสน่ห์และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีการถ่ายทอดสืบเนื่องมาเป็นเวลานาน จึงทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

“ตลาดน้ำ” นอกจากเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองไทยแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนชาวสวน จากการค้าขายผลผลิตทางเกษตรทางน้ำของชาวบ้านที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน

ตลาดน้ำของไทย คือพื้นที่ชุมชนเพื่อการซื้อขายของต่างๆ ทางน้ำ ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นยุคสมัยทองของตลาดน้ำและชุมชนเกษตรกรรม ภายหลังมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมแบบตะวันตก มีการตัดถนนเข้าสู่ชุมชน การพัฒนาระบบชลประทาน ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมลดลง วิถีชีวิตทางน้ำจึงไม่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตอีกต่อไป ตลาดน้ำทุกแห่งปิดตัวลง จนกระทั่งมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้มีการฟื้นฟูตลาดน้ำขึ้นมาใหม่ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ปัจจุบัน มีตลาดน้ำหลายแห่งทั่วไทยที่ได้รับความนิยม แต่ก็ยังมีอีกหลายแห่งที่เป็นสถานที่เก่าแก่ที่มีอัตลักษณ์ไทยที่น่าสนใจ ประกอบกับนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับทุกภาคส่วน ฟื้นฟูวิถีชีวิตริมน้ำ กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้ร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น เครือข่ายประชาชน ภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม ทำการพัฒนาตลาดน้ำในมิติของการนำทุนวัฒนธรรมเพื่อสร้างคุณค่าทางสังคม และเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด ตลาดน้ำสืบสานวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม ฟื้นฟูวิถีชีวิต ประเพณี การละเล่นทางน้ำเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชุมชน สร้างแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เป็นต้น

การพัฒนาตลาดน้ำสืบสานวัฒนธรรมไทย เริ่มมาตั้งแต่ปี 2565 ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ตลาดน้ำอัมพวา ตำบลน้ำอัมพวา สมุทรสงคราม, ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก ปากคลองลัดพลี อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี, ตลาดน้ำกลางป่าน้ำตกกวางโจว ตำบลน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี, ตลาดน้ำกรุงเก่า วัดท่าการ้อง ตำบลบ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา และตลาดน้ำคลองแห ตำบลเมืองคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และยังมีโครงการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ

“ตลาดน้ำสืบสานวัฒนธรรมไทย” ถือเป็นต้นแบบตลาดน้ำที่ วธ. มีหลักการคือบริหารคือให้ทุกภาคส่วนในชุมชนเข้ามาร่วมในการพัฒนาและฟื้นฟู แต่จะให้มีชื่อเสียงโด่งดังมีผู้มาเยือนมากมายเหมือนตลาดน้ำที่มีชื่อเสียง คงต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกสักพักใหญ่ ทั้งทางด้านมาตรฐานของตลาดน้ำ การพัฒนาคุณภาพสินค้า การพัฒนาสถานที่มีความพร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว การพัฒนาสินค้าสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย (CCPOT) จัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาฟื้นฟูตลาดน้ำ อาจจะสร้างผลที่ต้องควรคำนึงต่อท้องถิ่น เช่น สภาพแวดล้อมอาจเปลี่ยนไป หรือการมุ่งเน้นการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคมากกว่าการวางแผนใช้ประโยชน์ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน วิถีชีวิตชุมชนและประเพณีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของชุมชน เปลี่ยนแปลงไป การทำลายมรดกทางวัฒนธรรมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฯลฯ

ดังนั้นจึงชุมชนควรร่วมกันดูแลและพัฒนาตลาดน้ำ มีการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมชุมชนที่สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของชุมชน เพื่อจะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน อย่างแท้จริง

Leave a comment