ศิลปินไทยร่วมรังสรรค์ห้อง Thai Patrimony งานคาร์เทียโชว์เคสไฮจิวเวลรี่ครั้งแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/710800

ศิลปินไทยร่วมรังสรรค์ห้อง Thai Patrimony งานคาร์เทียโชว์เคสไฮจิวเวลรี่ครั้งแรกในไทย

ศิลปินไทยร่วมรังสรรค์ห้อง Thai Patrimony งานคาร์เทียโชว์เคสไฮจิวเวลรี่ครั้งแรกในไทย

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติฝรั่งเศส ได้เชิญศิลปินไทย ศรัณย์ เย็นปัญญา นักเล่าเรื่องผ่านงานดีไซน์และศิลปะชาวไทย รับภารกิจระดับโลกในการออกแบบห้อง Thai Patrimony room ซึ่งเป็นห้องจัดแสดงคาร์เทียร์ คอลเลคชั่น ให้ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก เพิ่มความตื่นตาตื่นใจในงานโชว์เคสไฮจิวเวลรี่ระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทยกับ คอลเลคชั่น Beautés du Monde ให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ไฮจิวเวลรี่ระดับตำนานของคาร์เทียร์ รวมถึงจิวเวลรี่ต่างๆ และเรือนเวลากว่า 300 ชิ้น ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคาร์เทียร์ ผ่านคุณค่าทางประวัติศาสตร์อันมากมาย ที่ก้าวข้ามกาลเวลาด้วยความประณีตบรรจงตลอดกาล โดยงานนี้จะเปิดให้ประชาชนผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันที่16 กุมภาพันธ์ 2566 เพียงวันเดียวเท่านั้น

Beautés du Monde คอลเลคชั่น รังสรรค์ขึ้นจากแรงบันดาลใจในการเฝ้าสังเกตและชื่นชมความงดงามของโลกใบนี้ไม่ว่าจะอยู่แห่งใดผ่านการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญของคาร์เทียร์ในการดีไซน์อันสง่างาม รวมไปถึงการจับคู่ผสมผสานระหว่างอัญมณีเลอค่า ที่ขับเน้นองค์ประกอบของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับไฮจิวเวลรี่ที่นำมาโชว์เคสในครั้งนี้มาจากหลากหลายคอลเลคชั่นกว่า 300 ชิ้น ที่มีความล้ำค่าเหนือกาลเวลา

ภายในงาน Cartier Beautés du Monde Bangkok Exhibition จะมีห้อง Thai Patrimony ซึ่งรังสรรค์โดย ศรัณย์ เย็นปัญญา นักเล่าเรื่องผ่านงานดีไซน์และศิลปะชาวไทย เป็นห้องที่จัดแสดงเฉพาะคาร์เทียร์คอลเลคชั่นเท่านั้น โดยศรัณย์ได้ออกแบบห้องนี้ให้เกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวความเป็นมาของคาร์เทียร์รวมถึงคอลเลคชั่นต่างๆ ผ่านเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดยใช้สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยอันน่าภาคภูมิใจ เป็นจุดเชื่อมโยงความเข้าใจกับผู้คนภายในงาน ใน 3 โซน ด้วยกันคือ โซน โลตัส (Lotus-ดอกบัว), โซน แดนซ์ (Dance-การร่ายรำ) และโซน สถาปัตยกรรม (Architecture) เพื่อส่งต่อเรื่องราวของคาร์เทียร์ที่มีมรดกยาวนานถึง 176 ปี จาก 3 พี่น้องคาร์เทียร์ที่สามารถมองเห็นความงามได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดความอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นขณะเดินทางไปทั่วโลกและได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันนำมาซึ่งจินตนาการการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร

ในแต่ละโซนดังกล่าวได้จัดวางคาร์เทียร์คอลเลคชั่นต่างๆ กับงานศิลปะไว้อย่างมีความหมายและลงตัว ไม่ว่าจะเป็น คอลเลคชั่นคาร์เทียร์, อัญมณี, การผลิตนาฬิกาและเครื่องประดับล้ำค่าที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ รวมถึงเรื่องราวมรดกคาร์เทียร์ชิ้นที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุย้อนไปถึงปี 1860 และชิ้นล่าสุดคือปลายศตวรรษที่ 20 โดยคอลเลคชั่นของคาร์เทียร์มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีมากกว่า 3,000 ชิ้น โดยบางชิ้นคาร์เทียร์ได้ประมูลกลับคืนมาแต่ไม่ใช่เพื่อนำมาเพื่อการค้า แต่เพื่อนำมาเป็นมรดกสืบทอดทางวัฒนธรรมและมรดกที่พิพิธภัณฑ์ทั่วโลกได้ยืมไปจัดแสดงผ่านเรื่องราวสำคัญต่างๆ

“แรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์ห้องนี้มาจากเครื่องแขวนของไทย ซึ่งจะมีวัฒนธรรมดอกไม้ของการสร้างเครื่องแขวน หรือ แชนเดอเลียร์ (Chandelier) มาประกอบด้วยนั่นเอง ไฮไลท์ของห้องนี้ คือ สร้าง Emotion Sensor และสร้าง Speaker กับแชนเดอเลียร์ใหญ่ทรงดอกบัวกลางห้องที่สามารถปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับผู้ที่เดินผ่านได้ในแต่ละเลเยอร์ของการดีไซน์นี้ จะได้ยินเสียงเครื่องดนตรีไทยแต่ละชนิด ผู้ที่เดินผ่านจะได้ยินเสียงที่แตกต่างกัน แต่หากทุกคนมายืนอยู่พร้อมกันในแต่ละเลเยอร์นี้ ก็จะได้ยินเสียงเครื่องดนตรีไทยที่ผสมผสานบรรเลงพร้อมกันแบบเต็มวง ซึ่งผู้ชมที่มาชมงานนี้ สามารถเข้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์พิเศษแบบนี้ได้ที่นี่ที่เดียวครั้งแรกในประเทศไทยก็ว่าได้เลยครับ”

ชมความงามของโลกใบนี้ และค้นหาแรงบันดาลใจและพาให้เคลิ้มไปกับจินตนาการอันเลอค่า ไปกับ Cartier Beautés du Monde Bangkok Exhibition ปรากฏการณ์โชว์เคสไฮจิวเวลรี่ระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทยในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 เพียงวันเดียวเท่านั้น ลงทะเบียนเข้าชมได้ที่ https://register.beautesdumonde.cartier.com

Leave a comment