#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/711350

นักวิจัย มจธ. และ ม.คานาซาวา ร่วมมือผลิต เครื่องคัดกรองมวลกระดูกแบบพกพา
วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.
รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด (SMART LAB) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยว่า การพัฒนาเครื่องคัดกรองโรคกระดูกพรุนด้วยการวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกแบบพกพาด้วยการเรียนรู้ผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยความร่วมมือระหว่างภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และมหาวิทยาลัยคานาซาวา (Kanazawa University) ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นนวัตกรรมเครื่องแรกของโลกเพื่อตรวจวัดมวลกระดูกที่มีราคาถูก น้ำหนักเบา เคลื่อนที่สะดวก ง่ายต่อการใช้งาน ทุกคนสามารถใช้ได้ไม่อันตราย ระบบแสงพลังงานต่ำที่ปลอดภัย และไม่ต้องมีนักรังสีเทคนิค เหมาะสำหรับผู้สูงวัยและกลุ่มเสี่ยงมีฐานะยากจน หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการเครื่องเอกซเรย์ที่มีขนาดใหญ่ ที่มีเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลหัวเมืองได้
เครื่องคัดกรองมวลกระดูกแบบพกพาที่พัฒนาขึ้นยังอยู่ในระดับงานวิจัย โดยปัจจุบันทำการผลิตเครื่องต้นแบบ 5 เครื่อง หากผลิตจำนวนมากต้นทุนจะถูกลงคาดว่าจะมีราคาเครื่องละ 7-8 หมื่นบาทขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาต่อยอดให้มีระบบการใช้งานที่ง่าย สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มาใช้งาน หรือส่งต่อข้อมูลได้ ล่าสุดเครื่องคัดกรองโรคกระดูกพรุน ด้วยการวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกแบบพกพาด้วยการเรียนรู้ผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) นี้ ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2565 ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลเหรียญทอง เวที International Trade Fair Ideas Innovation New Products (iENA) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และได้รับความสนใจอย่างมากในหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนา รศ.ดร.อนรรฆย้ำว่า “เครื่องมือนี้สามารถใช้งานเป็นการแพทย์ทางไกล ที่จะถูกนำไปใช้ในโรงพยาบาลตามต่างจังหวัดที่ห่างไกล หรือ รพ.สต. ในพื้นที่ที่มีอินเตอร์เนต สามารถใช้งานได้ง่าย ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่เคยรู้ตัวเองว่า มีความเสี่ยงเรื่องกระดูกพรุนหรือไม่นั้น จะมีโอกาสเข้าถึงการตรวจวัดมวลกระดูกได้มากยิ่งขึ้นและเตรียมพร้อมที่จะรักษาได้รวดเร็วยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้”
