#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/711028

ยูนิเซฟ หนุนทุกภาคส่วน สร้างพื้นที่ปลอดภัย ป้องกันการละเมิดทางเพศออนไลน์ต่อเด็กไทย
วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.
คยองซอน คิม และ จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม.
องค์การยูนิเซฟ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ และองค์การเอ็คแพท อินเตอร์เนชั่นแนล จัดการประชุมระดับชาติเรื่อง เด็กในยุคดิจิทัล ภายใต้หัวข้อ “ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคนในประเทศไทย” เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสานการทำงานให้เป็นระบบและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการจัดการกับการล่วงละเมิดทางเพศและภัยออนไลน์ที่เด็กๆ กำลังเผชิญ พร้อมเพื่อให้คำมั่นว่าจะสร้างโลกดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและร่วมกันต่อสู้กับภัยออนไลน์ ท่ามกลางการแสวงประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางออนไลน์ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย
นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ทุกวันนี้เด็กๆ ต่างใช้เวลาในโลกอินเตอร์เนตมากขึ้น ซึ่งถือเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องเผชิญกับอันตรายทุกรูปแบบที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เรากำลังเห็นแนวโน้มการแสวงประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย นี่เป็นปัญหาที่ท้าทายมากๆซึ่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นและการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบจากทุกภาคส่วนและจากทุกคน เราต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังและทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งภัยออนไลน์ที่จะทำลายชีวิตเด็กๆ ของเราให้ได้”
นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า “โลกออนไลน์เป็นโลกไร้พรมแดน จึงไม่มีภาคส่วนใดหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถจัดการกับการล่วงละเมิดและการแสวงประโยชน์ทางออนไลน์ได้เพียงลำพัง เพราะฉะนั้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รัฐบาล ภาคเอกชน และความร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เรามั่นใจว่าเด็กทุกคนจะปลอดภัยจากการละเมิดบนโลกออนไลน์”
จากผลการศึกษาวิจัยเรื่องDisrupting Harm in Thailand ที่จัดทำขึ้นโดยยูนิเซฟ เอ็คแพท อินเตอร์เนชั่นแนล และองค์การตำรวจสากลพบว่า ในปี 2564 ร้อยละ 9 ของเด็กที่ใช้งานอินเตอร์เนตในประเทศไทยอายุ 12-17 ปี หรือประมาณ 400,000 คน ตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกแสวงประโยชน์และล่วงละเมิดทางเพศทางออนไลน์ โดยเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น การส่งต่อภาพทางเพศของพวกเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต การแบล็กเมลหรือข่มขู่เด็กให้เข้าร่วมกิจกรรมทางเพศโดยสัญญาว่าจะให้เงินหรือสิ่งของเป็นการตอบแทน นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหดังกล่าวมักไม่มีการรายงาน เนื่องจากเด็กๆ มักไม่เปิดเผยประสบการณ์ดังกล่าวกับผู้ใดเพราะไม่รู้ว่าต้องแจ้งเหตุกับใครหรือสามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน โดยเด็กที่ตกเป็นเหยื่อร้อยละ 10-31 ไม่เคยเล่าเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญให้ใครฟัง และมีเพียงร้อยละ 1-3 เท่านั้นที่แจ้งความกับตำรวจ
ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและดิจิทัลของประเทศไทยเป็นหัวใจของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อคนที่ยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีรวมถึงเด็กและเยาวชน หากเราไม่มีมาตรการป้องกันที่ดีพอ ความเป็นส่วนตัวของเด็ก ๆ จะถูกละเมิดเนื่องจากความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บและขายข้อมูลส่วนตัวของเด็ก ตลอดจนพฤติกรรมการเข้าเว็บไซต์และการชมโฆษณาในระหว่างที่พวกเขาท่องโลกออนไลน์”
นายกีโยม แลนดรี้ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สำนักงานเลขาธิการ องค์การเอ็คแพท กล่าวว่า “ตอนนี้เรามีทั้งเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลเชิงลึก ตลอดจนแผนปฏิบัติงานเพื่อแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็กและการแสวงประโยชน์จากเด็กออนไลน์ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องนำข้อเสนอแนะต่างๆไปปฏิบัติจริง เพราะนั่นคือความรับผิดชอบของเราที่มีต่อเด็ก 400,000 คน ในประเทศไทยที่กำลังตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศในโลกออนไลน์ทุกปี”
ในงานประชุมระดับชาติครั้งนี้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศได้เปิดตัว “คู่มือแนวทางการคุ้มครองเด็กออนไลน์ฉบับปรับปรุง สำหรับเด็กและเยาวชน พ่อแม่ นักการศึกษา และผู้วางนโยบาย” เพื่อช่วยกันทำให้โลกอินเตอร์เนตปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับเด็ก ยูนิเซฟได้ทำงานร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเสริมสร้างระบบคุ้มครองเด็กให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อช่วยให้ระบบที่มีอยู่สามารถป้องกันและรับมือภัยออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเหลือเด็กที่มีความเสี่ยงและเด็กที่ตกเป็นเหยื่อจากการแสวงประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศบนโลกออนไลน์ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ตัวแทนองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และ บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ผู้ให้บริการอินเตอร์เนต และภาคประชาสังคม ร่วมให้คำมั่นในการสร้างโลกออนไลน์ที่ปลอดภัยต่อเด็ก