#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/711023

วัน แบงค็อก โชว์ผลงานที่นั่งสาธารณะ ไอเดียคนรุ่นใหม่ เพื่อชีวิตคนเมือง
วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.
จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย
“วัน แบงค็อก” โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร พร้อมมาตรฐานคุณภาพสูงสุด และใหญ่ที่สุดในประเทศไทยใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ร่วมขับเคลื่อนเมืองผ่านความคิดสร้างสรรค์ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2566 (Bangkok Design Week 2023) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี” ผ่านการจัดประกวด One Bangkok Urban Furniture Competition 2022 “Seatscape & Beyond” โครงการประกวดออกแบบที่นั่งสาธารณะสำหรับการใช้ชีวิตในเมือง โดย 10 ทีมผู้ชนะจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ที่ผ่านการเข้าร่วมเวิร์กช็อป พร้อมบ่มเพาะทักษะและเทคนิคต่างๆ จากทีมนักออกแบบชั้นนำ THINKK Studioในกระบวนการผลิตชิ้นงานจริง เพื่อนำไปติดตั้งในโครงการ วัน แบงค็อก ต่อไป และได้มีการประกาศผล 3 ทีมผู้ชนะที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมที่สุด ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2566 ไปเมื่อเร็วๆ นี้
จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย หัวหน้าภัณฑารักษ์และผู้บริหารฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรมโครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า “การออกแบบเมืองที่ดีควรเอื้อต่อวิถีชีวิตคุณภาพและการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ดีผ่านโปรแกรมทางศิลปะและวัฒนธรรมของโครงการฯ สร้างสีสันให้กับชีวิตในทุกวันด้วยศิลปะและวัฒนธรรม โดย วัน แบงค็อก ร่วมกับ THINKK Studio จัดนิทรรศการ “Seatscape & Beyond Open Studio” นำเสนอคอลเลคชั่นที่นั่งสาธารณะผลงานการออกแบบของผู้ชนะทั้ง 10 ทีม ของโครงการประกวด One Bangkok Urban Furniture Competition 2022 “Seatscape & Beyond” ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสต้นแบบและเบื้องหลังการพัฒนาผลงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของทีมผู้ชนะทั้งหมด ได้มีโอกาสเวิร์คช็อปเรียนรู้เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญ รับคำปรึกษา และพัฒนาผลงานร่วมกับนักออกแบบมืออาชีพอย่างใกล้ชิด ตลอดระยะเวลา 6 เดือน ที่ผ่านมา จนกระทั่งผลงานออกแบบได้ถูกผลิต ติดตั้ง และใช้งานจริงภายในพื้นที่สาธารณะของโครงการ วัน แบงค็อก เป็นการบ่มเพาะทักษะและเทคนิคต่างๆ ในการผลิต เพื่อสร้างเป็นพอร์ตโฟลิโออันโดดเด่น เป็นบันไดปูเส้นทางไปสู่การเป็นนักออกแบบมืออาชีพประดับวงการออกแบบต่อไป”
โดย 3 ทีมที่คว้ารางวัลพัฒนาการยอดเยี่ยม (Best Performance) จากการจัดประกวด One Bangkok Urban Furniture Competition 2022 “Seatscape & Beyond” ได้แก่ รางวัลที่ 1 ทีมแด่เพื่อนที่(ไม่)รู้จัก โดย กฤตธี วงศ์มณีโรจน์ และ วิภพ มโนปัญจสิริ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รางวัลที่ 2 ทีม B3X โดย พันธ์วิรา เงาประเสริฐ, ทัดตะวัน ทัศน์กระแส และ รัตนาภรณ์ เลิศวิบูลย์กิจ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรางวัลที่ 3 ทีม RIBBON FLOW โดย ฐิฌาพร โลหุตางกูร, ณรงค์ฤทธิ์รักไทย และ ณัฐวัฒน์ ปานนิยม จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ทีมแด่เพื่อนที่(ไม่)รู้จัก โดยกฤตธี วงศ์มณีโรจน์ และ วิภพมโนปัญจสิริ ผู้คว้ารางวัลที่ 1 เผยถึงผลงานที่ได้รับรางวัลว่า โจทย์ที่ทีมได้รับคือ Sit to Gather เราตั้งใจจะออกแบบฟอร์มให้เกิดสเปซ หรือเกิดพื้นที่ว่างเพื่อให้เกิดจังหวะของการนั่งล้อมวงกัน ซึ่งตอบโจทย์ที่นั่งที่ส่งเสริมการรวมกลุ่มกัน ก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้คน ซึ่งคือหัวใจของการออกแบบพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากการออกแบบที่นั่งสาธารณะต้องสัมพันธ์กับพื้นที่ที่นำไปใช้งาน ซึ่งพื้นที่ที่เฟอร์นิเจอร์ชุดนี้จะไปตั้งอยู่เป็นจุดที่คนส่วนใหญ่จะเดินผ่าน เราจึงได้ออกแบบให้เป็นผลงานประติมากรรมที่ผู้ใช้สามารถชื่นชมได้อีกด้วย
“ตลอดเวลากว่า 6 เดือน ที่ได้มีโอกาสร่วมเวิร์กช็อปจากทีมงานและผู้เชี่ยวชาญที่มาเปิดโลกการออกแบบทำให้เราได้รับมุมมองใหม่ๆ ว่าเฟอร์นิเจอร์เป็นได้มากกว่าที่สำหรับการนั่ง แต่สามารถสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะได้ เป็นพื้นที่ที่ให้คนมาใช้ชีวิต มากกว่านั้น สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมือง ความรู้อีกอย่างที่ได้รับคือการใช้เครื่องมือการออกแบบ เราได้ใช้โปรแกรมที่ไม่เคยใช้ในมหาวิทยาลัยเลย ด้วยความที่เราเรียนสถาปัตยกรรม เนื้อหาส่วนใหญ่จะโฟกัสไปที่การออกแบบอาคาร แต่โครงการนี้ทำให้เรามองเห็นความสำคัญของเฟอร์นิเจอร์ และนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบอื่นๆ ได้”
ร่วมเปิดโลกแห่งจินตนาการในการออกแบบรังสรรค์ที่นั่งสาธารณะที่จะนำมาผลิต ติดตั้ง และใช้งานจริงในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโครงการ วัน แบงค็อก เพิ่มเติมผ่านทาง www.onebangkok.com/urbanfurniture และช่องทางสื่อสารอื่นๆ ของโครงการ

ส่วนหนึ่งของคณะกรรมการตัดสิน

ทีมแด่เพื่อนที่(ไม่)รู้จัก กฤตธี วงศ์มณีโรจน์ และ วิภพ มโนปัญจสิริ กับผลงานการออกแบบที่ได้รับรางวัลที่ 1

ทีม B3X พันธ์วิรา เงาประเสริฐ, ทัดตะวัน ทัศน์กระแส และ รัตนาภรณ์ เลิศวิบูลย์กิจ คว้ารางวัลที่ 2