สธ. เร่งฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ในเด็กประถมทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/711339

สธ. เร่งฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ในเด็กประถมทั่วประเทศ

สธ. เร่งฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ในเด็กประถมทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

ในการประชุมอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรีโดยมี นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานเปิดการประชุม มีมติเห็นชอบให้เร่งรัดการฉีดวัคซีน HPV เก็บตกนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ตกค้างตั้งแต่ปี 2562-2564 ให้ครบ 2 เข็มตามความสมัครใจ หลังหยุดชะงักไปเพราะการระบาดโควิค-19 เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกในอนาคต พร้อมระบุแม้เว้นระยะห่างการฉีดวัคซีน HPV เข็มที่สองเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่ประสิทธิภาพของการป้องกันมะเร็งปากมดลูกยังสูงอยู่

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงปี 2562-2564 ได้เกิดการขาดแคลนวัคซีน HPV ทั่วโลก จากปัญหาโรงงานผลิตวัคซีนไม่สามารถผลิตวัคซีน HPV ได้เพียงพอ เนื่องจากวิกฤตการระบาดโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลให้เด็กนักเรียนชั้น ป.5 ปีการศึกษา 2562-2564 จำนวนประมาณ 1.2 ล้านคน เกิดการเสียสิทธิที่พึงได้รับจากรัฐ จากที่ไม่ได้รับวัคซีน HPV ตามแผนงานฯ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกในอนาคต แต่ในปี 2565 บริษัทผู้ผลิตวัคซีนได้มีการจัดส่งวัคซีน HPV จำนวน 8 แสนโดส ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการฉีดนักเรียนชั้น ป.5 ปีการศึกษา 2565 และได้มีการสั่งซื้อวัคซีน HPV จำนวน 8 แสนโดส สำหรับเด็กนักเรียนชั้น ป.5 ปีการศึกษา 2566 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร

“อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนเพียงพอสำหรับการเก็บตกนักเรียนชั้น ป.5 ปีการศึกษา 2562-2564 ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมโรค สถาบันวัคซีนแห่งชาติ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงร่วมมือกันผลักดันการจัดหาวัคซีน HPV สำหรับเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนในปี 2562-2564 ซึ่งขณะนี้ สปสช. อยู่ระหว่างการวางแผนงบประมาณเพื่อจัดหาวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิต ทั้งนี้ยืนยันว่า เด็กไทยชั้น ป.5 ที่ตกค้างตั้งแต่ปี 2562-2564 จะได้รับวัคซีนครบทุกราย ตามความสมัครใจ และจากคําแนะนําของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ประสิทธิผลของการป้องกันมะเร็งปากมดลูกยังสูงอยู่ แม้ว่าจะมีการเว้นระยะห่างการฉีดเข็มที่ 2 ออกไปนานกว่าที่กําหนด”

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่พบมากในหญิงไทยเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม พบว่าหญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงถึงปีละเกือบหมื่นราย และมีอัตราเสียชีวิตเกิน 50% นับว่าเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ การป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกจึงเป็นแนวทางการป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด หลักการสำคัญคือ ควรฉีดตั้งแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น เมื่อประเทศไทยยังไม่มีวัคซีนที่เพียงพอสำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย กรมควบคุมโรคจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนการบริหารจัดการวัคซีน HPV ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ให้มีความครอบคลุมมากที่สุด โดยจะใช้วิธีฉีดเข็มที่ 1 ปูพรมในการเก็บตกโดยให้เด็กที่อายุสูงที่สุดก่อน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มเป้าหมาย ระหว่างรอวัคซีนที่จะจัดหาเพิ่มเติมโดยเร็ว ทั้งนี้การบริหารจัดการวัคซีนได้เป็นไปตามคำแนะนําของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและสอดคล้องกับข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก

นพ.นคร เปรมศรี

นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวเสริมถึงแผนการจัดหาวัคซีน HPV เพิ่มเติมว่า จากการสอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิต
ได้รับหนังสือยืนยันว่า ในปี 2566 และ 2567 บริษัทผู้ผลิตสามารถจัดหาวัคซีน HPV ได้เพียงพอสำหรับการฉีดเก็บตกในเด็กนักเรียน ชั้น ป.5
ที่ตกค้างได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าวัคซีน HPV ที่จัดหาใช้ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทย มีประสิทธิภาพสูงสามารถครอบคลุมสาเหตุของการเกิดโรค มะเร็งปากมดลูกได้ดี โดยเฉพาะหากฉีดก่อนการมีเพศสัมพันธ์

Leave a comment