#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2668671

31 มี.ค. 2566 11:28 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐฉบับพิมพ์
เวทีประชาธิปไตยสะดุด อินเดีย-ยิว ไม่พอใจแถลงร่วม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานบรรยากาศการประชุมสุดยอดผู้นำโลกเพื่อประชาธิปไตยแบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 28-30 มี.ค. ที่มีสหรัฐฯเป็นตัวตั้งตัวตี และจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากครั้งแรกในปี 2564 โดยครั้งนี้มี 120 ประเทศเข้าร่วม มีเกาหลีใต้ คอสตาริกา เนเธอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพร่วมกับสหรัฐฯ ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมเฉกเช่นเดียวกับการประชุมสุดยอดรอบแรก
ทั้งนี้ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนการทุ่มงบประมาณ 690 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 23,460 ล้านบาท สำหรับสนับสนุนการต่อต้านคอร์รัปชัน ส่งเสริมการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม และพัฒนาเทคโนโลยีที่จะมาช่วยเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตย พร้อมกล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า เรากำลังเปลี่ยนกระแสโลก เรามาถึงจุดที่การตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลต่อโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แถลงการณ์ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำโลกเพื่อประชาธิปไตยครั้งที่ 2 ได้รับการสนับสนุนเบื้องต้น 73 ประเทศ จากทั้งหมด 120 ประเทศ ทั้งมี 12 ประเทศรวมถึงอินเดีย อิสราเอล และฟิลิปปินส์ที่แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในแถลงการณ์ตรงที่ระบุว่า จะมีความรับผิดชอบต่อการละเมิดทางสิทธิมนุษยชนและยอมรับความสำคัญของศาลอาญาระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยังใช้เวลาประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงสถานการณ์การประท้วงในอิสราเอลที่ประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายลดอำนาจศาลฎีกาว่า รัฐบาลอิสราเอลมีความเชื่อมั่นว่า จะหาหนทางประนีประนอมเพื่อปฏิรูปตุลาการ ขณะที่นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ใช้เวทีเรียกร้อง ขออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อเอาชนะรัสเซีย พร้อมประกาศว่าศัตรูของประชาธิปไตย จะต้องพ่ายแพ้
ด้านกลุ่มเคลื่อนไหวสิทธิมองด้วยว่า มีหลักฐานน้อยนิดว่าประเทศต่างๆที่เข้าร่วมการประชุมมีความคืบหน้าในการส่งเสริมประชาธิปไตย และการประชุมก็ไม่มีกลไกอะไรที่จะมาทำให้ประเทศต่างๆยึดมั่นในแถลงการณ์ร่วมที่เคยประกาศไว้ในการประชุมครั้งแรก ดูอย่างอิสราเอลที่พยายามลดอำนาจเสาตุลาการ เม็กซิโกพยายามจัดการหน่วยงานตรวจสอบการเลือกตั้ง อินเดียตัดสิทธิแกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งทั้งหมดสวนทางกับคำกล่าวอ้างของนายไบเดนว่าประชาธิปไตยมีความเข้มแข็งมากขึ้น.