#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/721431

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัดถ้ำกลองเพล’ ภูมิวิปัสสนาจารย์จากธรรมชาติ
วันอาทิตย์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
รูปหล่อหลวงปู่ขาว
ด้วยเหตุที่ วัดถ้ำกลองเพล เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งถูกเล่าความว่าเดิมนั้นเป็นสถานที่เก่าแก่มาแต่โบราณ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ธรรมชาติที่เป็นเชิงเขามีถ้ำ และหลืบเขาที่มีแสงสว่างลอดเข้ามาได้นั้น จึงมักเป็นถูกใช้เป็นที่พระเดินธุดงค์มาปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรประจำ จึงมีชื่อเรียกในเบื้องต้นว่า ถ้ำบำเพ็ญ หรือวัดบำเพ็ญ โดยตั้งตามเหตุที่มีพระภิกษุธุดงค์มาใช้ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียร เช่นเดียวกับการใช้พื้นที่ธรรมชาติของภูพระบาท ในจังหวัดอุดรธานี เป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรจึงเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะเกิดขึ้นแต่ครั้งโบราณสมัยขอมมีอำนาจ และร่วมสมัยกันกับอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ส่วนสาเหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำกลองเพลนั้น ด้วยในสมัยก่อนมีกลองโบราณสองหน้าอยู่ในถ้ำ
เมื่อถึงวันพระจะได้ยินเสียงกลองดังสนั่นหวั่นไหว หากเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าอัศจรรย์ที่เป็นปรากฏการณ์ก่อนที่จะมีวัดเกิดขึ้น หรือจะมีพระธุดงค์มาสร้างกลองโบราณสองหน้าทิ้งไว้แต่เดิมไม่มีใครรู้ประวัติแน่นอน แต่เสียงกลองนี้แหละที่ทำให้ชาวบ้านพากันเรียกให้รู้จักสถานที่แห่งนี้ว่า ถ้ำกลองเพล จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๐๑ นั้น หลวงปู่ขาว อนาลโยพระวิปัสสนาศิษย์ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตเถระ พระอริยสงฆ์รูปสำคัญที่ยูเนสโกประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ได้เดินธุดงค์มาอยู่และบูรณะ
สถานที่แห่งนี้ให้เป็นวัดจากการใช้ธรรมชาติสร้างธรรม แล้วเรียกชื่อวัดตามชาวบ้านว่าวัดถ้ำกลองเพล บริเวณของสถานที่แห่งนี้ใช้หลืบผาหน้าเขา ชะโงกหินที่มีก้อนหินขนาดใหญ่ ๓-๔ ก้อนนั้นมาก่อเป็นหลังคาคอนกรีตเชื่อมถึงกัน จนกลายมาเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้กว่าร้อยคนห้องโถงใหญ่ธรรมชาตินี้จึงเป็นเสมือนโบสถ์ซึ่งปัจจุบันได้ประดิษฐานรูปปั้นของหลวงปู่ขาว อนาลโยผู้สร้างสถานที่แห่งนี้ให้เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐานและพำนักจำพรรษามาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๑ จนกระทั่งมรณภาพ เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖

เจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ขาว อนาลโย
ส่วนด้านหลังห้องโถงใหญ่มีบันไดขึ้นลัดเลาะตามซอกหินนั้นมีห้องที่สมมุติให้เป็นวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายขนาดหลายองค์ ประกอบด้วย พระพุทธรูปปางสมาธิ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ พระพุทธรูปปัญฑรนิมิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางลีลาที่จำหลักลงในก้อนหิน และด้านหน้าได้ประดิษฐานพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ ซึ่งต่อไปมีถนนทอดยาวลัดเลาะไปตามแนวป่า ที่มีหมู่ก้อนหินรูปทรงต่างๆ เป็นระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร จนถึงอนุสรณ์สถานของหลวงปู่ขาว ซึ่งมีกุฏิเก่าของหลวงปู่ขาวเป็นเรือนไม้หลังเล็กอยู่กลางดงไม้ และกุฏิใหม่ สร้างเป็นเรือนทรงไทยหลังใหญ่ ปัจจุบันนี้ได้สร้างเจดีย์ใหญ่ เป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมเครื่องอัฐบริขาร และรูปหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ขาว ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อพ.ศ.๒๕๓๑ เพื่อให้เป็นสถานที่เคารพบูชา “ปูชา จปูชนียานํเอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ” ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ด้วยเหตุที่วัดถ้ำกลองเพลมีบรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ กว้างขวาง รอบล้อมไปด้วยป่าไม้สีเขียว และสวนหินธรรมชาติขนาดใหญ่มากมายอยู่บนเนื้อที่กว่า ๑,๐๐๐ ไร่ จึงเป็นวัดป่าที่ร่มรื่นจากเพิงผาหน้าถ้ำธรรมชาติและหินธรรมชาติ ด้านหลังมีอ่างเก็บน้ำ ชื่อ อ่างอาราม ซึ่งเป็น โครงการชลประทานในพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ดังนั้น ชุมชนบ้านวัดถ้ำกลองเพลที่อยู่โดยรอบวัด ในหมู่ที่ ๔ ตำบลโนนทันอำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภูจึงเป็นชุมชนคุณธรรมที่มีวิถีความเป็นอยู่เรียบง่าย รักษาประเพณีและวิถีวัฒนธรรมตามบรรพบุรุษสืบต่อมาโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดยรอบกายนั้นมาใช้ประโยชน์ทุกอย่าง ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมของ “ชุมชนวิถีพุทธ” และ “เกษตรสายบุญ”โดยมี หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล พระวิปัสสนาจารย์ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบ้านถ้ำกลองเพลและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ

หลวงปู่ขาว อนาลโย ผู้สร้างวัด

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก

ธรรมจากหลวงพ่ออินทร์ถวาย

ห้องโถงใหญ่ของวัดถ้ำกลองเพล

แสดงธรรมวันพระ

ภายในถํ้ากลองเพล

ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดวธ.เปิดชุมชนต้นแบบ

เที่ยวเกษตรสายบุญ

สวนเกษตรที่จัดสรรให้ชาวบ้านทำกิน

พระอัฐิธาตุของหลวงปู่ขาว

ผ้าทอจากบ้านถ้ำกลองเพล

ผลิตผลจากสวนเกษตรชาวบ้าน