#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/721700

3 ผู้นำด้านเทคโนโลยีรวมพลัง ChatGPT for Enterprise
วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 10.09 น.
เรียกได้ว่าเราเข้าสู่ยุค AI อย่างเป็นทางการ เมื่อ Microsoft เปิดตัว Azure OpenAI ที่มี ChatGPT และล่าสุด ChatGPT4 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและมีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก
ล่าสุด Microsoft Thailand ได้จัดงาน AI for Thailand’s Next Chapter เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 ณ โรงแรมคาร์ลตัน สุขุมวิทงานสัมมนาด้าน AI สำหรับภาครัฐและรัฐสาหกิจ โดยมีผู้บริหารเข้าร่วมงานและให้ความสนใจจำนวนมาก
โดยงานสัมมนาในครั้งนี้เป็นการนำเสนอแนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาช่วยปลดล็อคศักยภาพขององค์กร พร้อมกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการนำ Open AI, ChatGPT, Modern Data มาปรับเปลี่ยนใช้ภายในองค์กร ในรูปแบบต่างๆ เช่น การให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล เป็นต้น
ในโอกาสเดียวกันนี้ ทั้ง 3 ผู้นำด้านเทคโนโลยี นำโดย คุณโอม ศิวะดิตถ์ National Technology Officer จาก Microsoft Thailand ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ AI, ดร. อสมา กุลวานิชไชยนันท์ CEO บริษัท Coraline ผู้นำด้านระบบ Big Data และการจัดการข้อมูล และคุณ ทัชพล ไกรสิงขร CTO จาก Amity ผู้นำด้านบริการ Chatbot โซลูชั่น ได้เปิดเผยถึงความร่วมมือกันในการสร้างบริการ ChatGPT ที่จะเป็นแรงผลักดันทั้งภาครัฐและเอกชนให้นำเทคโนโลยี AI และ GPT Model นี้มาใช้ในการพัฒนาองค์กรให้เติบโต
โดย คุณโอม ได้กล่าวว่า: “สำหรับไมโครซอฟท์ เมื่อไม่นานมานี้เรามีการเปิดตัว Azure OpenAI พร้อมให้บริการ AI ในโมเดล GPT ด้วยมาตรฐานระดับ Enterprise นอกจากความสามารถรอบด้านแล้ว เรายังพัฒนาเทคโนโลยีนี้บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม ที่ไมโครซอฟท์และ OpenAI มีแนวทางและจุดมุ่งหมายสอดคล้องกัน เราเชื่อว่า AI จะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจรวมถึงผู้คนทำสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เดิมได้ดีขึ้น และกระตุ้นให้มีการคิดค้นแนวทางใหม่ๆ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี โดยไมโครซอฟท์ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ให้เทคโนโลยีนี้ทำประโยชน์กับทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมที่สุด เพื่อสนับสนุน AI for All หรือ AI เพื่อทุกคนและทุกองค์กรอีกด้วย”
ทางด้านคุณ ทัชพล ก็ได้กล่าวเสริมว่า: “Amity มีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างและปรับปรุง Chatbot ด้วยเทคโนโลยี AI ที่ทันสมัย ดังนั้นการร่วมมือกับ Microsoft และ Coraline ในโครงการนี้ ก็น่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการนำ AI และ ChatGPT ไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจและองค์กร เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ในการสื่อสารทั้งในและนอกองค์กรที่ดีขึ้นอย่างแตกต่างจากโซลูชั่นอื่นๆในท้องตลาด ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าของเราได้มากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา”
สุดท้ายแล้วทางดร. อสมา ได้กล่าวว่า: “สำหรับการนำ GPT ไปใช้ในองค์กร ไม่อยากให้จำกัดอยู่เฉพาะส่วนของ Chat เพราะในความเป็นจริง GPT มีศักยภาพสูงมาก ในการเข้าใจภาษา จึงเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่จะนำเอา GPT ไปประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตรวจสอบเอกสาร การบริหารทรัพยากรบุคคล หรือแม้กระทั่งกระบวนการที่ต้องเชื่อมโยงกันโดยต้องมีการค้นหา ตรวจสอบ คำนวณ เป็นกิจกรรมต่อเนื่อง ซึ่งหัวใจสำคัญ คือการเข้าใจกระบวนการ และเชื่อมโยงให้ข้อมูลที่เข้า-ออกจากกระบวนการต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมมากที่สุด คอราไลน์ เรามีความเชี่ยวชาญด้านความเข้าใจในกระบวนการ ด้านการบริหารจัดการข้อมูล การวาง Pipeline และกลไกในการวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อสร้างระบบที่ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการร่วมมือกับ Microsoft และ Amity ในครั้งนี้ จะช่วยให้เราสามารถสร้างโซลูชั่นที่ครบวงจร ที่จะเป็นตัวช่วยที่ดีและสามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายของธุรกิจทั้งในภาคเอกชนและองค์กรรัฐบาลต่าง ๆได้อย่างแน่นอน”

