ผู้นำ 4 ชาติสมาชิกลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ประกาศเจตนารมณ์ ‘ปฏิญญาเวียงจันทน์’ เร่งสร้างความมั่นคง-ยั่งยืนด้านน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722659

ผู้นำ 4 ชาติสมาชิกลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ประกาศเจตนารมณ์ ‘ปฏิญญาเวียงจันทน์’ เร่งสร้างความมั่นคง-ยั่งยืนด้านน้ำ

ผู้นำ 4 ชาติสมาชิกลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ประกาศเจตนารมณ์ ‘ปฏิญญาเวียงจันทน์’ เร่งสร้างความมั่นคง-ยั่งยืนด้านน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.31 น.

รัฐบาลไทยร่วมประชุมสุดยอดผู้นำแม่น้ำโขงตอนล่างครั้งที่ 4 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อร่วมประกาศเจตนารมณ์ “ปฏิญญาเวียงจันทน์” หวังขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาลุ่มน้ำโขงตอนล่างภายใต้กรอบแนวทางการพัฒนานวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อความมั่นคงด้านน้ำและความยั่งยืนของลุ่มน้ำโขง

ดร.สุรสีห์  กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นําลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 4 ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ให้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยประชุมระดับนายกรัฐมนตรี ร่วมกับผู้นำรัฐบาลจากประเทศสมาชิกอีก 3 ประเทศ ได้แก่ นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และนายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ว่า ประเทศไทยได้กล่าวแสดงความยินดีที่สมาชิกทุกประเทศรับรองปฏิญญาเวียงจันทน์ ค.ศ. 2023 ร่วมกัน เพื่อแสดงเจตนารมณ์เชิงนโยบายของประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง โดยมุ่งเน้นการดําเนินงานตามพันธกรณีของความตกลง ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาและต่อยอดผลการดำเนินงานตามที่ประเทศสมาชิกได้เห็นชอบร่วมกันจากผลการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่างตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งพบว่า มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกันในการจัดการความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมการอนุรักษ์ การใช้ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยต่อยอดจุดแข็งของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยอาศัยกลไกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการเติบโตด้านเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดและทั่วถึง บนฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงให้เกิดความยั่งยืน โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน ความมั่นคงทางอาหาร น้ำ พลังงานและสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการการดำเนินงานร่วมกัน ภายใต้การพัฒนาเชิงเศรษฐกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและมีธรรมาภิบาล

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเน้นย้ำถึงความพร้อมในการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงและกรอบความร่วมมือที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อาทิ อาเซียน ความร่วมมือแม่น้ำโขง – แม่น้ำล้านช้าง ความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง – สาธารณรัฐเกาหลี หุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง – สหรัฐฯ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยใช้จุดเด่นจากความร่วมมือในกรอบต่าง ๆ เพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกันในการขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนด้วย

 ดร.สุรสีห์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในการประชุมครั้งนี้ฝ่ายไทยยังได้หารือทวิภาคีร่วมกับ มาดามบุญคำ วรจิต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในประเด็นความก้าวหน้าของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการร่วม (Joint Action Plan) โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ และความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลในการดำเนินกระบวนการหารือล่วงหน้าของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งผลการหารือได้รับการตอบรับที่ดีจาก สปป.ลาว

Leave a comment