‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723349

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 10.26 น.

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

10 เมษายน 2566 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพมหานคร โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,208 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 29 มีนาคม-1 เมษายน 2566 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้เรื่องเทศกาลสงกรานต์ คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต หมายถึงวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายน วันสงกรานต์เป็นการฉลองการขึ้นปีใหม่ในช่วงกลางเดือนเมษายนเป็นวัฒนธรรมร่วมกันของหลายประเทศในเอเชีย สำหรับคนไทยวันสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สามารถต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้เบาบางลง เทศกาลสงกรานต์ก็กลับมามีชีวิตชีวาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีวันสำคัญอย่างวันผู้สูงอายุแห่งชาติที่ตรงกับวันที่ 13 เมษายน และวันครอบครัวที่ตรงกับวันที่ วันที่ 14 เมษายน ช่วงเทศกาลวันสงกรานต์เป็นวันหยุดยาว คนในกรุงเทพมหานครก็จะมีการเดินทางออกไปท่องเที่ยวหรือกลับบ้านในต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพมหานคร มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญในเทศกาลสงกรานต์ ร้อยละ 75.9 ทราบว่าวันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ร้อยละ 67.6 ทราบว่าวันที่ 14 เมษายนของทุกปีเป็นวันครอบครัว ร้อยละ 72.7 และคิดว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม่มีผลต่อการรวมตัวกันของผู้คนในเทศกาลสงกรานต์ ร้อยละ 63.3

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่าจะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ ร้อยละ 65.7 และคิดว่าจะออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ อันดับที่หนึ่งคือ การทำบุญตักบาตร ร้อยละ 47.6 อันดับที่สองคือ การรดน้ำผู้ใหญ่ ร้อยละ 42.1 อันดับที่สามคือ การสรงน้ำพระ ร้อยละ 33.7 อันดับที่สี่คือ การเล่นน้ำ ร้อยละ 23.8 และอันดับที่ห้าคือ การนำทรายเข้าวัด ร้อยละ 15.9

คิดว่าอยากอยู่ด้วยกับใครในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันดับที่หนึ่งคือ คนในครอบครัว ร้อยละ 59.2 อันดับที่สองคือ เพื่อน ร้อยละ 17.1 และอันดับที่สามคือ คนรัก/แฟน ร้อยละ 16.4

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวหรือกลับบ้านในต่างจังหวัด ร้อยละ 63.3 และจะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยวิธีใด อันดับที่หนึ่งคือ รถยนต์ส่วนตัว ร้อยละ 51.7 อันดับที่สองคือ รถโดยสารสาธารณะ ร้อยละ 22.7 อันดับที่สามคือ เครื่องบิน ร้อยละ 11.7 อันดับที่สี่คือ รถไฟ ร้อยละ 7.6 และอันดับที่ห้าคือ รถไฟฟ้า ร้อยละ 6.3

Leave a comment