#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2675800

10 เม.ย. 2566 11:24 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ทำไมปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนในสหรัฐฯ รุนแรงและสร้างความเสียหายมากผิดปกติ
- ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดพายุรุนแรงหลายระลอกในสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย หลายเมืองโดนพายุถล่มราบเป็นหน้ากลอง
มีรายงานการเกิดทอร์นาโด 494 ลูกแล้วเฉพาะช่วงเกือบ 4 เดือนแรกของปีนี้ คิดเป็นเกือบ 2 เท่าของจำนวนการเกิดพายุทอร์นาโดในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจากพายุอย่างน้อย 71 ศพ - ผลการศึกษาพบว่า ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ อาจส่งผลให้พายุรุนแรงขึ้น การพัดของพายุฝนฟ้าคะนองแบบซูเปอร์เซลล์ (Super cell Thunderstorm) อาจบ่อยและรุนแรงขึ้นในอนาคต ตราบใดที่โลกร้อนขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น นอกจากนี้บริเวณที่เกิดพายุยังเคลื่อนไป โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นฤดูทอร์นาโด
ผลการศึกษาพบว่าทอร์นาโดที่ก่อตัวขึ้นส่วนใหญ่อยู่บริเวณนอก “ร่องทอร์นาโด” (Tornado Alley) พื้นที่บริเวณตอนกลางของสหรัฐฯ ที่มักมีการก่อตัวของทอร์นาโดอยู่บ่อยครั้ง โดยพบการก่อตัวของทอร์นาโดในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศและแถบมิดเวสต์
พายุทอร์นาโด EF-4 พัดผ่านเมืองโรลลิง ฟอร์ค รัฐมิสซิสซิปปี้ เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนัก มีประชาชนสังเวยชีวิตอย่างน้อย 24 ศพ บาดเจ็บหลายสิบราย ขณะที่หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เกิดพายุรุนแรงพัดถล่มเมืองลิตเทิลร็อก และเมืองเวนน์ ในรัฐอาร์คันซอส์ ที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ศพ ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเรือน และหลายคนกลับมาพบบ้านพังราบ ต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย จากนั้นในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ต่อมาได้เกิดพายุรุนแรงระลอก 3 บริเวณพื้นที่เดิมในรัฐมิสซูรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 5 ศพ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าฤดูพายุสภาพอากาศแปรปรวนนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง รุนแรงขึ้น และยังไม่จบลงในเร็วๆ นี้

ฤดูพายุสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงขึ้น
ในช่วง 3-4 เดือนแรกของปีนี้ มีประชาชนสังเวยชีวิตจากพายุรุนแรงไปแล้วมากกว่า 60 ศพ นับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเมื่อพบว่า ปีที่แล้วตลอดทั้งปี มีผู้เสียชีวิตจากพายุ 71 ศพ
สาเหตุที่ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งสูงในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากบริเวณที่เกิดพายุและเส้นทางที่พายุพัดผ่าน เนื่องจากแถบตะวันออกเฉียงใต้และแถบมิดเวสต์มีคนอยู่อาศัยมากกว่าบริเวณพื้นที่ราบ บ้านเรือนของประชาชนส่วนใหญ่แถบตะวันออกเฉียงใต้ไม่ค่อยได้สร้างห้องใต้ดิน หรือที่หลบภัยใต้ดิน ในบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ดินชื้น ทำให้พวกเขาต้องหาที่หลบภัยด้านบนแทนและยากที่จะรอดจากทอร์นาโด
อีกหนึ่งสาเหตุมากจากพายุรุนแรงมักเกิดขึ้นในเวลากลางคืน โดยผลการวิจัยระบุว่า พายุที่เกิดตอนกลางคืนจะสร้างความเสียหาย ทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่าพายุที่เกิดช่วงกลางวัน เนื่องจากผู้คนจะมองไม่เห็นพายุตอนกลางคืน และสาเหตุหลักเป็นเพราะทุกคนนอนหลับกันอยู่ ไม่ทันได้เตรียมพร้อมอพยพหนี
งานวิจัยระบุว่า ถึงแม้จะมีการส่งข้อความเตือนไปตอนกลางคืนที่ประชาชนนอนหลับอยู่ แต่ก็แทบไม่มีใครได้รับทราบข้อมูลสำคัญนี้เลย

ทำไมปีนี้เกิดพายุบ่อยครั้งกว่าปีที่ผ่านมา
การเกิดทอร์นาโดเกือบ 500 ลูกแล้วในปีนี้ ทำให้ปีนี้เป็นปีที่มีทอร์นาโดมากที่สุดอันดับ 3 รองจาก 2008 และ 2017 ในช่วงเวลาเดียวกัน และปรากฏว่าช่วง 13 ใน 15 สัปดาห์ของปีนี้เป็นช่วงที่เกิดพายุรุนแรง
สาเหตุที่ปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงขึ้นมาจากกระแส “แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ (Atmospheric River) ซึ่งเป็นกระแสไอน้ำในชั้นบรรยากาศ ที่มีความกว้างประมาณ 400 – 600 กิโลเมตรไหลเวียนเป็นแนวยาว เหมือนแม่น้ำบนท้องฟ้า ที่คอยพัดพานำความชุ่มชื้นไปยังส่วนต่างๆ ของโลก โดยพบว่าปีนี้แม่น้ำในชั้นบรรยากาศไหลเคลื่อนไปทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ
บิล บันติง หัวหน้าฝ่ายพยากรณ์อากาศ ประจำศูนย์พยากรณ์พายุ กล่าวว่า พายุที่เกิดขึ้นเต็มไปด้วยความชื้น มีหิมะ ตลอดจนนำพาฝน และทอร์นาโด นอกจากนี้ยังเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันฤดูหนาวปีนี้ที่มีสภาพอากาศอบอุ่นทั่วทั้งฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ อันทำให้แนวความเย็นลดลง ปกติแล้วแนวความเย็นจะช่วยกันสภาพอากาศแปรปรวนไว้บริเวณชายฝั่ง และเนื่องจากพายุต้องการอากาศอบอุ่นและความชื้นในการทวีความรุนแรง ทำให้ปีนี้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น แม้จะเป็นช่วงที่ไม่ใช่ฤดูพายุรุนแรง ที่ปกติแล้วจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน

ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและทอร์นาโด
นักวิจัยได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของทอร์นาโดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยพบการเกิดทอร์นาโด บริเวณแนวร่องทอร์นาโด เป็นจำนวนลดลง และกลับไปเกิดบริเวณตะวันออกเฉียงใต้และแถบมิดเวสต์มากขึ้น ทางศูนย์พยากรณ์พายุ เปิดเผยข้อมูลที่ระบุว่า หลายรัฐแถบมิสซิสซิปปี พบการเกิดทอร์นาโดมากที่สุดในรอบ 20 ปี
จนถึงตอนนี้แม้ยังมีหลักฐานไม่มากนักที่บ่งชี้ว่า ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลให้พายุรุนแรงขึ้น แต่ผลการศึกษาชี้ว่า การพัดของพายุฝนฟ้าคะนองแบบซูเปอร์เซลล์ (Super cell Thunderstorm) อาจบ่อยและรุนแรงขึ้นในอนาคต ตราบใดที่โลกร้อนขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น นอกจากนี้บริเวณที่เกิดพายุยังเคลื่อนไป โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นฤดูทอร์นาโด

ผลการศึกษาชี้ว่า พายุฝนฟ้าคะนองแบบซูเปอร์เซลล์ทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ จะเกิดบ่อยขึ้น และลดความถี่ของการเกิดบริเวณที่ราบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักเกิดพายุบ่อยครั้ง
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชาวอเมริกันตอนนี้คือการเตรียมพร้อมอยู่เสมอและวางแผนรับมือเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน.
ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์