Elon Musk ยอมรับ เลย์ออฟพนักงาน Twitter ไปแล้วว่า 80%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2678905

Elon Musk ยอมรับ เลย์ออฟพนักงาน Twitter ไปแล้วว่า 80%

13 เม.ย. 2566 04:40 น.

Elon Musk ยอมรับ เลย์ออฟพนักงาน Twitter ไปแล้วว่า 80%

อีลอน มัสก์ เผย เลย์ออฟพนักงานของบริษัททวิตเตอร์ไปมากกว่า 6,000 คนแล้ว นับตั้งแต่เขาเทกโอเวอร์บริษัทเมื่อปลายปีก่อน ย้ำจำเป็นต้องทำ

อีลอม มัสก์ มหาเศรษฐีซีอีโอของบริษัท สเปซเอ็กซ์ และเทสลา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว บีบีซี ว่า ตอนนี้บริษัท ทวิตเตอร์ เหลือพนักงานเพียง 1,500 คน จากเดิมที่มีเกือบ 8,000 คนก่อนที่เขาจะเข้าเทกโอเวอร์ในช่วงปลายปี 2565 หมายความว่าพนักงานของบริษัท ลดลงไปร่วม 80%

“มันไม่สนุกเลยสักนิด และบางครั้งก็น่าเจ็บปวด” นายมัสก์กล่าว ขณะให้สัมภาษณ์กับนักข่าว บีบีซี ที่สำนักงานใหญ่ของ ทวิตเตอร์ ในนครซานฟรานซิสโก และว่าเขาจำเป็นต้องใช้มาตรการรุนแรง ตอนที่เขาเข้าบอร์ดบริหาร เพราะทวิตเตอร์กำลังเผชิญกับภาวะกระแสเงินสดติดลบกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และทวิตเตอร์มีชีวิตเหลืออยู่เพียง 4 เดือนเท่านั้น

“นี่ไม่ใช่เรื่องของการเป็นห่วงหรือไม่เป็นห่วงอีกแล้ว มันเหมือนกัน ถ้าเรือทั้งลำจม จะไม่มีใครได้งานเลย” นายมัสก์กล่าว

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ อีลอน มัสก์ เทกโอเวอร์ทิวตเตอร์ในราคา 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคมปีก่อน ก็เขายกเครื่องบริษัทใหม่ทั้งหมด ทั้งปลดผู้บริหารระดับสูง ลดพนักงาน และออกนโยบายใหม่ๆ เพื่อหาเงินเข้าบริษัท ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายที่กระทบต่อผู้ใช้งาน

อย่างไรก็ตาม นายมัสก์ยืนยันว่า ทวิตเตอร์ในตอนนี้อยู่ในจุดที่ค่อนข้างคุ้มทุนแล้ว และโฆษณาต่างๆ ก็กำลังทะยอยกลับมายังแพลตฟอร์มนี้

นายมัสก์ยังปฏิเสธข้อครหาที่ว่า เนื้อหาสร้างความเกลียดชังบนทวิตเตอร์เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่เขาเข้าเทกโอเวอร์ และว่าความพยายามของเขาในการกำจัดบอต หรือ บัญชีผู้ใช้อัตโนมัติ ทำให้การแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงบนทวิตเตอร์ลดลง นับตั้งแต่เขาเข้ามาบริหาร

แต่เว็บไซต์ NewsGuard ซึ่งคอยติดตามการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโลกออนไลน์ ไม่เห็นด้วยกับนายมัสก์ โดยพวกเขาทำการวิจัยและพบว่า บัญชีผู้ใช้ที่เผยแพร่ข้อมูลผิดๆ บนทวิตเตอร์ เพิ่มมากขึ้นหลังจากนายมัสก์เทกโอเวอร์ ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับบัญชีที่ไม่น่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นเกือบ 60% ภายในสัปดาห์แรก ในแง่ของการกดไลค์และรีทวีต

ที่มา : cnn , bbc

Leave a comment