#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/725474

น้อมนำขยายผลพระดำริ ‘ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’ ปลัดมท.นำลงพื้นที่โค้ชชิ่งอีสานใต้
วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.30 น.
น้อมนำขยายผลพระดำริ
‘ผ้าลายดอกรักราชกัญญา’
ปลัดมท.นำลงพื้นที่โค้ชชิ่งอีสานใต้
น้อมนำขยายผลพระดำริ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ปลัดมท.นำผู้ทรงคุณวุฒิลงพื้นที่โค้ชชิ่งผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา”ให้กับ ช่างทอผ้าพื้นที่อีสานใต้ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 เมษายน 2566 ณ โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOPด้านผ้าไทย และงานหัตถกรรม(Coaching)“ผ้าลายดอกรักราชกัญญา”จุดดำเนินการที่ 3 จังหวัดบุรีรัมย์ ตามโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมพัฒนาการจังหวัด ผู้ผลิต ผู้ประกอบการOTOP ผ้าไทย และสื่อมวลชน ในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี กว่า 400 คน ร่วมในพิธีฯ
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวเปิดพร้อมบรรยายพิเศษการน้อมนำพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” เพื่อต่อยอดพัฒนาผ้า และงานหัตถกรรมให้เป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนและเยี่ยมชมผลงาน พร้อมให้กำลังใจ และร่วม “โค้ชชิ่ง” ช่างทอผ้า ผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทย ภายในงาน
“นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่มั่นคงในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยทรงสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้อภิรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ให้ได้กลับมาเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนในถิ่นชนบท ด้วยการต่อยอดพระราชดำริของสมเด็จย่า โดยนำเอาองค์ความรู้ วิชาการแฟชั่นสมัยใหม่ที่พระองค์ทรงศึกษา มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์และพัฒนา ภูมิปัญญาผ้าไทยให้เป็นไปตามความนิยมชมชอบของประชาชนผู้บริโภคในปัจจุบัน ภายใต้ชื่อ”โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก”
พร้อมทั้งพระราชทานพระกรุณาให้คณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกอันประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ด้านแฟชั่นดีไซน์ ด้านสีธรรมชาติ เป็นโค้ชอบรมถ่ายทอดให้ความรู้ แก่ช่างทอผ้า ผู้ผลิต ผู้ประกอบการผ้าไทย เพื่อสามารถเสริมสร้างเพิ่มพูนรายได้ อันทำให้มีเงินทองจุนเจือเลี้ยงดูครอบครัว ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยมีข้าราชการในพื้นที่เป็นโซ่ข้อกลาง น้อมนำพระประสงค์อันแน่วแน่นี้ได้รับการขยายผลอย่างครอบคลุมในทุกกลุ่มทุกพื้นที่อย่างหลากหลาย
“ดีใจทุกครั้งที่ได้มาพบปะกับพี่น้องช่างทอผ้า และข้าราชการผู้ทำหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสริมสร้างความมั่นคงยั่งยืนด้านเครื่องนุ่งห่มของประเทศชาติ เพราะทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ทั้งช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรมและข้าราชการ ล้วนเป็นบุคลากรผู้มีคุณค่ายิ่งในการผลักดันขับเคลื่อนให้ภูมิปัญญาผ้าไทยยังคงอยู่กับสังคมไทย และทำให้พี่น้องประชาชน ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ได้น้อมนำพระดำริ มาพัฒนาทักษะฝีมือทำให้ผ้าไทย ได้สร้างงาน สร้างรายได้ จนทำให้ลูกๆ หลานๆ ได้เห็นความสำคัญของผ้าไทย และตั้งใจเป็นผู้สืบทอดสืบสานสิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่คู่กับชุมชน คู่กับหมู่บ้าน คู่กับสังคมไทย สิ่งที่สำคัญ คือ ความเจริญงอกงามเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ข้าราชการทุกคนต้องมี “ใจ” ต้องมี “Passion” ที่อยากจะช่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ช่วยกัน Change for Good อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังที่พระองค์ท่านทรงงานอย่างหนักเป็นแบบอย่างเพื่อที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ช่วยรักษาภูมิปัญญาผ้าไทย ด้วยการก้าวผ่าน “กับดักของผ้าไทย” นั่นคือ ภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษที่ส่งมอบ knowhow ลวดลาย เทคนิคการทำผ้ามาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานจากคติความเชื่อเกี่ยวกับผ้าไทยในแต่ละพื้นถิ่นที่ไม่ได้คำนึงถึงรสนิยมของผู้ที่เอาเสื้อผ้าไปสวมใส่ เพราะเราจะทอผ้าเพียงแต่พอไว้สวมใส่เองเท่านั้น จึงทำให้ผ้าไทยในอดีตมีแต่ลายเดิมๆ ที่ถักทอตามใจของผู้ทอนั่นเอง”ปลัด มท.กล่าว