#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/726398

ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จุดประกายเยาวชน ‘ปิดเทอมสร้างสรรค์ สู่เมืองแห่งการเรียนรู้’
วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
มาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต
ศูนย์เรียนรู้ ไฟ-ฟ้า ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรม “ปิดเทอมสร้างสรรค์ อัศจรรย์วันว่าง” ประจำปี 2566 จัดโดยกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายทั้ง 4 ภาค เพื่อจุดประกายให้เยาวชนใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ในช่วงวันหยุดและปิดเทอม ประชาสัมพันธ์พื้นที่สร้างสรรค์แหล่งการเรียนรู้ให้กับเยาวชนไทย ภายในงานมีภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเวทีเสวนา “ปิดเทอมสร้างสรรค์ เติมเต็มวันว่าง ลดเวลาเสี่ยง” เปิดพื้นที่ให้เด็กค้นหาตัวตน รับมือโลกที่เปลี่ยนแปลง อาทิ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พงษ์ศักดิ์ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา และ มาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาตในฐานะตัวแทนจากภาคเอกชนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็ก
มาริสา จงคงคาวุฒิ ในฐานะตัวแทนจากภาคเอกชน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสะท้อนเส้นทางความสำเร็จ “ทีทีบีเล็งเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังหลักช่วยเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนประเทศในอนาคต จึงได้สร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย มอบความรู้และทักษะที่หาไม่ได้ในห้องเรียนให้กับเด็กๆ มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมภายใต้ปรัชญาการทำงาน Make REAL Change ที่ไม่ได้มุ่งเปลี่ยนแค่เรื่องธุรกิจ แต่ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงสังคมไปพร้อมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนสังคมเพื่อความยั่งยืน เน้นการสอนถึงวิธีการจับปลา แทนการให้ปลา มีกลุ่มเป้าหมายคือ เด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 12-17 ปี มาจากครอบครัว ที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางเป็นหลักมีความตั้งใจให้เยาวชนได้นำความรู้ หรือทักษะที่ได้ให้กลับคืนสู่สังคม ผ่านโครงการ Pay It Forward เพื่อสนับสนุนให้เด็กทุกคนเป็นผู้ให้กับสังคม ด้วยความเชื่อว่าเมื่อเด็กได้รับความรู้และทักษะที่ดี เมื่อเติบโตไปจะสามารถนำความรู้ไปส่งต่อให้คนอื่นๆ ในสังคมต่อไป”
ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าโดย ทีทีบี มีจำนวนทั้งหมด5 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ประชาอุทิศ, ถนนจันทน์, บางกอกน้อย, สมุทรปราการ และนนทบุรีเปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันจันทร์ เน้นสอนทักษะทางศิลปะและทักษะชีวิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เน้นทักษะวิชานอกห้องเรียน เช่น เต้น กีตาร์ เทควันโด มวยไทย และศิลปะ
สิ่งสำคัญที่ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า มอบให้เด็กๆ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ฯ คือ “โอกาส ความรัก และความเชื่อใจ”โอกาสที่ช่วยมอบพื้นที่ที่ปลอดภัยให้เด็กได้ทำกิจกรรม สร้างสรรค์ เรียนรู้และค้นพบมิตรภาพใหม่ๆ ความรักที่คอยโอบกอด คอยชื่นชม ให้เด็กได้เรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างก็มีคุณค่าในตัวเอง และความเชื่อใจในตัวเด็ก ให้เขากล้าค้นหาศักยภาพในตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างกระบวนการและสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ดี ส่งเสริมให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปในอนาคต เพราะเด็กจะไม่ได้มีแค่ความรู้และทักษะติดตัว แต่ยังมีความเข้าใจในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เห็นคุณค่าในตัวเองและรู้จักการแบ่งปัน
“ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ทำให้เขามีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ ได้ทำกิจกรรมร่วมกับพี่ๆ เพื่อนๆ ในช่วงเวลาว่าง จนวันนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังมีตัวอย่างของรุ่นพี่เด็กไฟ-ฟ้าที่กลับมาต่อยอดให้ความรู้ใหม่ๆ กับรุ่นน้อง ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพิสูจน์คุณค่าให้กับเส้นทางการดำเนินงานของทีทีบี ซึ่งศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ไม่ได้คาดหวังให้เด็กต้องเก่งที่สุด แต่เราอยากให้เด็กทุกคนค้นพบศักยภาพในตนเอง โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีต้นทุนในชีวิต ให้ได้กลับมาเป็นเด็กธรรมดาเท่าเทียมกับคนอื่น เพราะเชื่อมั่นว่าเด็กธรรมดาเป็นสิ่งที่สวยงาม โดยทีทีบียินดีอย่างยิ่งที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันมาร่วมกันสร้างเด็กธรรมดาให้เป็นสิ่งที่สวยงาม” มาริสา กล่าวทิ้งท้าย

ภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเวทีเสวนา


