#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/726675

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังให้โอวาทแก่คณะเยาวชนเกษตรไทย ภายใต้โครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2566 (รุ่นที่ 41) เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ว่าได้ดำเนินโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2526 โดยมีลักษณะการเรียนรู้ในรูปแบบการฝึกงานในฟาร์มกับครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการทำการเกษตร การแนะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจอันดี และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างเกษตรกรญี่ปุ่นและประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยมอบหมายให้สำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบการดำเนินโครงการและเป็นหน่วยประสานงานหลัก ต่อมาในปี 2527 โครงการนี้ได้ขยายไปสู่ประเทศอาเซียนอื่นๆ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ ในปี 2531 สภาแลกเปลี่ยนทางการเกษตรประเทศญี่ปุ่น (The Japan Agricultural Exchange Council : JAEC) ก่อตั้งขึ้นและเป็นหน่วยงานที่เข้ามารับผิดชอบดำเนินโครงการต่อ ภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อโครงการใหม่ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เป็นโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น (The ASEAN Young Farm Leaders Training Program in Japan) และได้ดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีเยาวชนเกษตรเข้าร่วมโครงการและไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นแล้ว 40 รุ่น รวมกว่า 663 คน
“ขอแสดงความยินดีกับเยาวชนเกษตรไทยทั้ง 17 คน ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้แทนเยาวชนเกษตรของประเทศไทยปีนี้ เพื่อเดินทางไปเข้าร่วมโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2566 ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นระยะเวลา 11 เดือน และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมฝ่าฟัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้เหล่าผู้นำเยาวชนเกษตรไทย รุ่นที่ 41 มีความรู้ความสามารถด้านภาษาและทักษะการเกษตรมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางไปฝึกงานกับครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ขอให้พยายามเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์กลับมาให้ได้มากที่สุด เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการทำการเกษตรและการประกอบอาชีพในอนาคต สิ่งสำคัญคือการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีให้กับชุมชน ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ โซเชียลมีเดีย และการปฏิบัติ ลงมือทำกับเกษตรกรอื่นๆ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายกลุ่ม Young Smart Farmer ให้เป็นกำลังสำคัญแก่ประเทศชาติต่อไป” นายประยูร กล่าว