#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/727031

นั่งพับเพียบระวัง!? พฤติกรรมใกล้ตัวที่อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อม
วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.50 น.
นั่งพับเพียบระวัง!? พฤติกรรมใกล้ตัวที่อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อม
หลายคนอาจคิดว่าอาการข้อเข่าเสื่อมมักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุหรือเป็นเรื่องที่ยังไกลตัว ทั้งที่จริงแล้วอาการข้อเข่าเสื่อมสามารถเกิดขึ้นก่อนวัยอันควรได้ แถมยังมีสาเหตุจากพฤติกรรมใกล้ตัวที่คาดไม่ถึงอย่างการ “นั่งพับเพียบ” ซึ่งการนั่งพับเพียบเป็นท่านั่งที่คนไทยปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นท่านั่งที่สุภาพและดูเรียบร้อย แต่ทราบหรือไม่ว่า การนั่งท่านี้นานหรือบ่อยเกินไป กลับส่งผลต่อการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไม่น่าเชื่อ
นั่งพับเพียบเกี่ยวข้องกับอาการข้อเข่าเสื่อมอย่างไร
หลายคนอาจสงสัยว่าท่านั่งพับเพียบที่เราคุ้นเคยกันจะส่งผลต่ออาการข้อเข่าเสื่อมได้อย่างไร นั่นเพราะข้อเข่าประกอบไปด้วยกระดูกอ่อน เส้นประสาท หลอดเลือด เส้นเอ็น การงอเข่านั่งพับเพียบบ่อยๆ หรือติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง จนเกิดแรงกดภายในข้อเข่ามากขึ้น 5-10 เท่า ทำให้ข้อเข่าค่อยๆ ผิดรูปจนเกิดข้อเข่าเสื่อมในที่สุด นอกจากการนั่งพับเพียบแล้ว การนั่งยอง การนั่งไขว่ห้าง การคุกเข่า การนั่งขัดสมาธิ ก็ส่งผลต่ออาการข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกัน เพราะทำให้เกิดแรงกดในข้อเข่ามากขึ้น
4 วิธีลดความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อม
แม้อาการข้อเข่าเสื่อมเกิดจากพฤติกรรมใกล้ตัวอย่างการนั่ง แต่ถึงอย่างนั้นใช่ว่าจะหาวิธีหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยสามารถลดความเสี่ยงโรคข้อเข่าเสื่อมได้ด้วย 4 วิธีต่อไปนี้
1. ควบคุมน้ำหนักตัว
อาการข้อเข่าเสื่อมอาจเกิดขึ้นจากข้อเข่าที่ต้องรับน้ำหนักตัวมากเกินไป การรับน้ำหนักตัวต่อเนื่องส่งผลให้ข้อเข่าทำงานหนัก จนเกิดเป็นอาการปวดเข่าและข้อเข่าเสื่อมในที่สุด ดังนั้น ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้ได้มาตรฐาน อย่าปล่อยให้ร่างกายมีไขมันมากเกินไปจนช่วงล่างต้องรับบทหนักก็จะช่วยหลีกเลี่ยงข้อเข่าเสื่อมได้
2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
คนที่เริ่มปวดเข่าหรือมีสัญญาณข้อเข่าเสื่อมสามารถออกกำลังกายได้ เพียงแต่ต้องเลือกวิธีออกกำลังกายที่ไม่ทำให้ข้อเข่าทำงานหนักเกินไป รวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ควรหลีกเลี่ยงท่าออกกำลังกายที่ใช้เข่าหรือการกระโดด เนื่องจากจะทำให้เพิ่มแรงกระแทกหรือแรงกดที่บริเวณข้อต่อเข่าระหว่างการเคลื่อนไหวได้ โดยหันไปออกกำลังกายรูปแบบอื่นแทน เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว โยคะ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ เป็นต้น
3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่ง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในทุกวัน คนเรามีการใช้อิริยาบทการนั่งในท่าต่างๆ โดยมักปรับเปลี่ยนไปเรื่อยตามสถานที่ แต่หากจะต้องเลี่ยงอาการปวดเข่า ควรหลีกเลี่ยงท่านั่งที่ต้องพับเข่าเป็นเวลานาน เช่น การนั่งพับเพียบ นั่งไขว่ห้าง นั่งยอง นั่งขัดสมาธิ และควรเปลี่ยนท่านั่งทุก 20-30 นาที เพื่อไม่ให้ร่างกายค้างอยู่ท่าเดิมนานเกินไป
4. ทานอาหารเสริม
ดูแลสุขภาพข้อเข่าในระยะยาวด้วยการทานอาหารเสริมประเภทคอลลาเจน เพราะมีส่วนช่วยลดอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อมและช่วยซ่อมแซมกระดูก โดยการทานคอลลาเจนไม่ใช่วิธีรักษาโรคนี้แต่ช่วยบรรเทาการเกิดโรคข้อเสื่อมในอนาคต
นอกจากการนั่งพับเพียบแล้ว อาการข้อเข่าเสื่อมยังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การออกกำลังกายผิดวิธี อายุ น้ำหนักตัว พันธุกรรม แต่ไม่ว่าเพราะสาเหตุใด หากมีอาการปวดเข่าเรื้อรังหรือสงสัยว่ามีอาการข้อเข่าเสื่อม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ โดยที่ KDMS หรือโรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข มีศัลยแพทย์กระดูกและแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับโรคกระดูกและข้อต่อ ใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนวินิจฉัย วางแผนรักษา การผ่าตัด และดูแลต่อเนื่องหลังการผ่าตัด เพื่อให้คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติมากที่สุดอีกครั้ง
