สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ลงนามข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ ต่อต้านภัยคุกคามเกาหลีเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2689451

สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ลงนามข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ ต่อต้านภัยคุกคามเกาหลีเหนือ

27 เม.ย. 2566 11:02 น.

สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ลงนามข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ ต่อต้านภัยคุกคามเกาหลีเหนือ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดี ยุน ซุก-ยอล ของเกาหลีใต้ ได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญ ซึ่งรวมถึงแผนการประจำการเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เป็นระยะๆ ในเกาหลีใต้ สหรัฐฯ ยังเห็นชอบที่จะให้เกาหลีเหนือมีส่วนร่วมในการวางแผนสำหรับการใช้อาวุธนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นการตอบแทน เกาหลีใต้ตกลงที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

นายไบเดน กล่าวว่า ข้อตกลงที่เรียกว่า “ปฏิญญาวอชิงตัน” จะเสริมสร้างความร่วมมือของพันธมิตรในการยับยั้งการโจมตีของเกาหลีเหนือ ผู้นำสหรัฐฯ เมื่อวันพุธระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายยุน ซึ่งเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ รวมถึงสงครามในยูเครน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือทางไซเบอร์ และพลังงานนิวเคลียร์

ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวว่า ปฏิญญาวอชิงตันซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเยือนสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ถือเป็นความคืบหน้าที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ในการยกระดับการป้องปราม ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการยับยั้งการโจมตีและปกป้องพันธมิตรของสหรัฐฯ โดยใช้กำลังทางทหาร รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ เนื่องจากเกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบขีปนาวุธเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์

เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงกล่าวกับผู้สื่อข่าวในสัปดาห์นี้ว่า ข้อตกลงใหม่เป็นผลมาจากการเจรจาที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือน ภายใต้ข้อตกลงนี้ สหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะดำเนินการเพื่อ “ทำให้การป้องปรามมีความชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านการติดตั้งสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ซึ่งรวมถึงการนำเรือดำน้ำขีปนาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ไปประจำการที่เกาหลีใต้เป็นระยะๆ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980”

นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งกลุ่มที่ปรึกษาด้านนิวเคลียร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาด้านนิวเคลียร์และการวางแผนเชิงกลยุทธ์

นักการเมืองในเกาหลีใต้ได้ผลักดันให้สหรัฐฯ มีส่วนร่วมมากขึ้นในการวางแผนว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนืออย่างไรและเมื่อใด เนื่องจากคลังแสงนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมีขนาดและความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ชาวเกาหลีใต้จึงเริ่มระแวดระวังว่าอาจมีสิ่งใดที่กระตุ้นให้นายไบเดนกดปุ่มอาวุธนิวเคลียร์แทนพวกเขา ความกลัวที่ว่าสหรัฐฯ อาจละทิ้งเกาหลีใต้ได้นำไปสู่การเรียกร้องให้เกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

แต่ในเดือนมกราคม นายยุนได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อเขากลายเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรกที่นำแนวคิดนี้กลับมาใช้ใหม่ในรอบหลายทศวรรษ ทำให้สหรัฐฯ เริ่มตระหนักว่าคำพูดและท่าทางที่สร้างความมั่นใจจะไม่ได้ผลอีกต่อไป และหากจะห้ามไม่ให้เกาหลีใต้ต้องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง ก็ต้องนำเสนอสิ่งที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ นายยุนได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เขาคาดว่าจะเดินทางกลับเกาหลีใต้พร้อมกับความคืบหน้าที่ “จับต้องได้”

กลุ่มที่ปรึกษาด้านนิวเคลียร์ใหม่นี้ แสดงความชัดเจนว่ารัฐบาลเกาหลีมีส่วนร่วมมากขึ้นตามที่เคยร้องขอ แต่คำถามที่ใหญ่กว่าคือจะระงับความวิตกกังวลของประชาชนได้หรือไม่ เนื่องจากมันไม่ได้รับรองคำมั่นสัญญาทั้งหมดของสหรัฐฯ ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อปกป้องเกาหลีใต้หากถูกเกาหลีเหนือโจมตี

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธ นายไบเดนกล่าวว่า “การโจมตีด้วยนิวเคลียร์โดยเกาหลีเหนือต่อสหรัฐฯ หรือพันธมิตรและหุ้นส่วน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และจะส่งผลให้รัฐบาลชาติใดๆ ก็ตามที่ดำเนินการดังกล่าวต้องสิ้นสุดลง”

แผนส่งเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์เยือนเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ทศวรรษ ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ และเพื่อเป็นการตอบแทน สหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้เกาหลีใต้ยังคงเป็นรัฐที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และเป็นผู้สนับสนุนที่ซื่อสัตย์ต่อการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐฯ เห็นว่าการห้ามเกาหลีใต้ไม่ให้ใช้นิวเคลียร์เป็นสิ่งสำคัญ โดยเกรงว่าหากล้มเหลว ประเทศอื่นๆ อาจเดินตามรอยเท้าเกาหลีใต้

แต่ยังไม่ชัดเจนว่าคำมั่นสัญญานี้จะได้การตอบรับอย่างไรจากกลุ่มนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ และสมาชิกพรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ที่ผลักดันให้เกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์.

Leave a comment