แพทย์เตือนสายควัน สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงป่วยโรคหัวใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727449

แพทย์เตือนสายควัน สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงป่วยโรคหัวใจ

แพทย์เตือนสายควัน สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงป่วยโรคหัวใจ

วันศุกร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.40 น.

ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน โดยพฤติกรรมการสูบบุหรี่นั้นเป็นปัจจัยอันตรายที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้บ่อยครั้ง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจโรคหลอดเลือดสมองโรคระบบทางเดินหายใจโรคถุงลมโป่งพองวัณโรคปอดมะเร็งปอด เป็นต้นล่าสุดHealth me, pleaseby BDMSซึ่งให้ข้อเท็จจริงเคลียร์ข้อสงสัย ไขทุกคำถามสุขภาพในตอนของวันศุกร์ที่ 28 เม.ย. นี้ในรายการเที่ยงทันข่าวเวลา เวลา 11.00 – 12.45 น.ทางพีพีทีวี เอชดีช่อง 36 จึงได้หยิบยกประเด็นเรื่องการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงโรคหัวใจน้อยกว่าสูบบุหรี่ธรรมดานั้น มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร 

นพ.ชาติทนง ยอดวุฒิ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพออกมาเปิดเผยว่า ผลกระทบที่ส่งผลต่อสุขภาพ ณ เวลานี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ฝุ่นละออง PM2.5เท่านั้น แต่ภัยจากควันจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้านั้น เป็นตัวจุดชนวนสร้างสารอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งมีผลต่อสุขภาพเราได้ด้วยเช่นเดียวโดยจะก่อให้เกิดโรคเรื้อรังได้เช่นกันหากมีการสะสมในปริมาณสารมากและเป็นเป็นระยะเวลานาน ซึ่งจะทำให้ป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจหรือแม้กระทั่งโรคทางเดินหายใจและปอด สารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการเผาไหม้ของเหลวในบุหรี่ไฟฟ้าจะดูดซึมเข้าไปกระตุ้นให้หลอดเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ยืดหยุ่น เปราะบาง อันจะก่อให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดจนเกิดเป็นลิ่มเลือดเข้าไปอุดอันหลอดเลือด และอาจส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจตีบได้

ทั้งนี้ นพ.ชาติทนง ได้ออกมาย้ำเตือนภัยของบุหรี่ไฟฟ้า โดยของเหลวอันเป็นสารประกอบต่างๆ ที่พบในบุหรี่ไฟฟ้านั้น แม้จะยังไม่มีสถิติหรืองานวิจัยระบุว่าไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้ามีพิษร้ายแรงเช่นไร แต่ของเหลวที่ถูกเผาไหม้จากบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่าบุหรี่ธรรมดา จะสามารถแทรกซึมเข้าไปในปอดส่วนลึกได้และรวดเร็ว เนื่องจากไอระเหยเหล่านั้นมีอนุภาคที่เล็กจึงง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วถ้าต้องการหลีกเลี่ยงโรคหัวใจ ก็ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพราะอย่างน้อยก็จะตัดปัจจัยเสี่ยงต่อการทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ จากสถิติพบว่า1 ใน 3 ของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจนั้นมาจากบุหรี่

ปัจจุบันเทคโนโลยีในวงการแพทย์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากอดีต โดนมีมิวัฒนาการที่ก้าวไปไกลมากขึ้น รวมถึงมีเทคโนโลยีที่แม่นยำ อาทิ การตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจโดยการวิ่งบนสายพาน (Exercise Stress Test) การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Echocardiogram) หรือการตรวจวัดระดับแคลเซียมบริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score) การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม

การทำงานของไต ระดับไขมันคอเลสเตอรอล ระดับไขมันความหนาแน่นสูง-ต่ำ และระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดทำให้เราทราบถึงความเสี่ยงและแนวโน้มที่อาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจในอนาคต ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยในสุขภาพจึงควรตรวจเช็กหัวใจกับแพทย์เป็นประจำทุกปี

Leave a comment