#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/727896

สัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week)
วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
เนื่องด้วยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ได้กำหนดให้สัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนในทุกๆ ปีเป็นสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (WorldImmunization Week) ซึ่งตรงกับวันที่ 24-30 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้วัคซีนในการปกป้องทุกคนจากโรคภัยไข้เจ็บ การสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนสามารถช่วยชีวิตผู้คนเป็นล้านๆ คนในทุกปี และวัคซีนยังได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมาตรการด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จและคุ้มค่าที่สุดในโลกสำหรับการป้องกันโรค โดยตลอดระยะเวลากว่า 250 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มมีการใช้วัคซีนชนิดแรกในโลก คือ วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษทำให้โลกผ่านวิกฤตโรคระบาดต่างๆมาได้ ด้วยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย และความร่วมมือร่วมใจของคนในโลกในการรับวัคซีนเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ ความรุนแรงของโรคและช่วยลดการแพร่กระจายไปยังคนรอบตัวและชุมชน แต่หลายคนยังไม่ได้รับวัคซีนที่ควรจะต้องได้รับให้เหมาะสมกับอายุและโรคประจำตัวที่มีด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น กลัวผลข้างเคียง กลัวเข็ม ไม่แน่ใจในประสิทธิภาพของวัคซีน และไม่ทราบว่าตนเองควรได้รับวัคซีนอะไรบ้าง
หลาย ๆ คนอาจจะมีความกลัวหรือกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวัคซีนชนิดใด ก็ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้ไม่มากก็น้อย โดยอาการข้างเคียงที่อาจพบได้บ่อยถึงมากกว่าร้อยละ 20 หลังได้รับวัคซีน ได้แก่ ปวดบวมบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อยตามตัว และมีไข้ ซึ่งอาการดังกล่าวมักไม่รุนแรงและหายได้เองใน 1-2 วัน ส่วนผลข้างเคียงระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นได้ บางวัคซีนก็มีข้อมูลการใช้มายาวนานหลายสิบปีและแสดงให้เห็นว่ามีความปลอดภัย ตัวอย่างเช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีใช้มาหลายสิบปี และมีการใช้ทั่วโลกหลายร้อยล้านโดสต่อปีทั้งการใช้ในเด็กและผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว ในส่วนของประสิทธิภาพของวัคซีนนั้น ต้องยอมรับว่าไม่มีวัคซีนใดที่มีใช้อยู่ในขณะนี้ที่สามารถป้องกันโรคได้ 100% เพราะประสิทธิภาพในการป้องกันโรคขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของวัคซีน โรคประจำตัวที่มี และความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันของแต่ละคน ถึงแม้วัคซีนจะไม่สามารถป้องกันโรคได้ 100% แต่ป้องกันการติดเชื้อได้บางส่วนลดความรุนแรง ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิตได้
ความจำเป็นในการรับวัคซีนแต่ละชนิดสำหรับแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพราะเด็กและผู้ใหญ่มีคำแนะนำการรับวัคซีนแตกต่างกัน รวมถึงปัจจัยส่วนบุคคล เช่น โรคประจำตัว ประวัติการรับวัคซีนมาก่อน และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนั้นๆ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดตามมาหลังจากติดเชื้อ เป็นต้น สำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ วัคซีนที่ควรได้รับได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนนิวโมค็อกคัส วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน/บาดทะยัก-คอตีบ และวัคซีนงูสวัด สำหรับผู้ที่จะเดินทาง มีวัคซีน 2 ชนิดที่เป็นวัคซีนเฉพาะสำหรับการเดินทาง คือ ถ้าจะเดินทางไปประเทศแถบแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ ควรได้รับวัคซีนไข้เหลืองหรือผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะห์ ควรได้รับวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น และแม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาจะมีแนวโน้มลดลงยังแนะนำให้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ถึงแม้ประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพดี ก็ควรรับวัคซีน เนื่องมาจากเหตุผลหลายประการ เช่น ภูมิคุ้มกันที่เคยมีจากการรับวัคซีนในวัยเด็กจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป รวมถึงการติดเชื้อบางชนิดหลังจากติดเชื้อจะไม่ได้เกิดภูมิคุ้มกันในระยะยาว มีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้อีก ดังนั้นการได้รับวัคซีน นอกจากจะช่วยป้องกันตัวเอง โดยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ การเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตแล้ว ยังช่วยป้องกันคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานผู้สูงอายุที่บ้าน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่นๆ ได้ โดยการลดการแพร่กระจายเชื้อ ผู้ที่มีสุขภาพดีอยู่แล้วอาจเลือกรับวัคซีนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ อาชีพ และประวัติการรับวัคซีนของตนเอง เช่น วัคซีนโควิด-19 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบไอกรน โดยแนะนำให้รับวัคซีนตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยและปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมเพื่อรับวัคซีนได้อย่างถูกต้อง
ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล
สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย