#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2691836

8 พ.ค. 2566 11:04 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เปิดตัวเลขงบจัดงานพิธีราชาภิเษกกษัตริย์ชาร์ลส์ แพงเกินไป หรือดีต่อเศรษฐกิจ
- ทางสำนักพระราชวังไม่ได้ออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าตัวเลขเงินที่ใช้ในการจัดงานว่าอยู่ที่เท่าไร แต่มีการประเมินว่าอยู่ที่ประมาณ 50-100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,100-4,200 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านั้น
- สื่อต่างๆ ของอังกฤษรายงานว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่ทรงประสงค์ให้งานออกมาดูหรูหราฟู่ฟ่าเกินไป เพราะเป็นช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไม่ดีนักโดยทรงมีพระราชดำริให้จัดงานแบบกะทัดรัดลง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
- ด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่า นับเป็นโอกาสดีที่บรรดาธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากอาจได้ประโยชน์จากการจัดงานนี้ ได้ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง หลังเผชิญผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ธุรกิจซบเซาอย่างมาก ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา
เสร็จสิ้นลงไปอย่างสวยงามน่าประทับใจ สำหรับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งจัดขึ้นตามขนบธรรมเนียมโบราณนับพันปี ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี ขั้นตอนพิธีต่างๆ ที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จัดขึ้นแบบมุ่งเน้นให้เห็นถึงการยอมรับความหลากหลายทางศาสนาและเชื้อชาติ
บรรยากาศภายในมหาวิหารที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก มีผู้ชมหลายล้านคน นับเป็นภาพเหตุการณ์ความงดงามของจารีตประเพณีโบราณในช่วงเวลาของยุคสมัยใหม่ ได้ถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ของอังกฤษและของโลก
ขณะเดียวกัน ชาวอังกฤษจำนวนมากก็ได้ตั้งคำถามว่า พระราชพิธีนี้คุ้มค่ากับเงินที่จัดจ่ายไปหรือไม่ และจัดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้อังกฤษก็เป็นหนึ่งในหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังเผชิญวิกฤติค่าครองชีพพุ่งสูง ประชาชนหาเช้ากินค่ำวิตกกังวลเรื่องปากท้องคนในครอบครัวของพวกเขา ขณะที่คนในแวดวงภาคธุรกิจมองว่านี่เป็นโอกาสที่สายตาของคนทั่วโลกจับจ้องมาที่ลอนดอน และมีเม็ดเงินสะพัดมหาศาลจากการจัดงานพระราชพิธีนี้

เปิดตัวเลขงบประมาณจัดงาน แล้วใครเป็นคนจ่าย
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 3 วัน ที่เริ่มตั้งแต่พิธีในมหาวิหารเวสต์มินเตอร์โดยอาร์คบิชอป แห่งแคนเตอร์บูรี ในวันที่ 6 พฤษภาคม ไปจนถึงการเฉลิมฉลองในกรุงลอนดอน และถือเป็นวันหยุดราชการ ในวันที่ 8 พฤษภาคม โดยแตกต่างจากพระราชพิธีอภิเษกสมรสที่สำนักพระราชวังจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
แต่ในส่วนของพระราชพิธีราชาภิเษก ถือเป็นงานแบบรัฐพิธี คนที่ควักกระเป๋าจ่ายคือรัฐบาลอังกฤษ และสำนักพระราชวังบักกิงแฮม ซึ่งได้นำส่วนที่เรียกว่า “เงินปีส่วนพระมหากษัตริย์” (Sovereign Grant) และ “เงินส่วนพระองค์” (Privy Purse) มาใช้ ปกติ แล้วเงินปีส่วนพระมหากษัตริย์จะเป็นเงินที่รัฐบาลทูลเกล้าฯ ถวายให้เป็นเงินรายปีสำหรับใช้จ่าย เพื่อการปฏิบัติพระกรณียกิจทางการต่างๆ โดยสรุปแล้วไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าใคร ก็คือเงินภาษีจากประชาชนนั่นเอง
การจัดงานครั้งนี้มีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี บรรดาสื่อต่างๆ ของอังกฤษรายงานว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่ทรงประสงค์ให้งานออกมาดูหรูหราฟู่ฟ่าเกินไป เพราะเป็นช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไม่ดีนัก โดยทรงมีพระราชดำริให้จัดงานแบบกะทัดรัดลง จาก 3 ชั่วโมงลดลงเหลือ 2 ชั่วโมง โดยตัดขั้นตอนส่วนที่ฟุ่มเฟือยออกไป และทรงสวมชุดเครื่องแบบทหารแทนฉลองพระองค์ตัดใหม่ เพื่อเป็นการรัดเข็มขัดไม่ให้งบบานปลาย
ทางสำนักพระราชวังไม่ได้ออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า ตัวเลขเงินที่ใช้ในการจัดงานว่าอยู่ที่เท่าไร แต่มีการประเมินว่าอยู่ที่ประมาณ 50-100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,100-4,200 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านั้น
เช่นเดียวกับทางสำนักงานดิจิทัล วัฒนธรรม สื่อและการกีฬาของอังกฤษ ที่ระบุว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขเงินที่ใช้ในการจัดงานได้ จนกว่างานจะเสร็จสิ้น แล้วมีการสรุปรวบรวมออกมา
สื่อท้องถิ่นของอังกฤษรายงานว่า การจัดงานพระราชพิธีราชาภิเษกของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2496 หรือเมื่อ 70 ปีก่อน เคยใช้เงินไปราวๆ 1.5 ล้านปอนด์ หากจะเทียบกับมูลค่าเงินในปัจจุบัน จะอยู่ที่ 56 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,400 ล้านบาท

โดยระบุว่า พระราชพิธีในครั้งนี้ส่วนใหญ่หมดไปกับค่าระบบรักษาความปลอดภัย สำหรับบรรดาสมาชิกราชวงศ์และพระราชอาคันตุกะ แขกเหรื่อคนสำคัญจากทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมงาน เนื่องจากงานจัดขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงภัยก่อการร้าย ซึ่งในสมัย 70 ปีก่อน ไม่ได้มีความกังวลในเรื่องแบบนี้มากนัก
เมื่อเร็วๆ นี้ ทางสำนักโพล YouGov เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นชาวอังกฤษ พบว่า 52% ไม่เชื่อว่างานราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ ควรตกเป็นภาระของประชาชนผู้เสียภาษี
ด้านสำนักข่าว BBC ได้ออกสัมภาษณ์ประชาชนทางฝั่งตะวันตกของกรุงลอนดอน ซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างกันไป บางคนมองว่าประชาชนต่างกำลังเดือดร้อน และงานนี้ดูเหมือนเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยมองว่าในยุคสมัยนี้ ทางวังควรจัดงานแบบที่ใช้เงินน้อยที่สุด บางคนบอกว่าถ้าจัดแล้วมันดีต่อเศรษฐกิจก็เห็นด้วย แล้วสรุปว่างานพระราชพิธีนี้ให้อะไรกับระบบเศรษฐกิจของอังกฤษ

ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
นายเจมส์ วัตส์กิน หัวหน้าฝ่ายนโยบายของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมลอนดอน ออกมาระบุว่า เชื่อว่าการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยระบุว่าช่วงสัปดาห์ของงานพระราชพิธี มีผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลไปยังลอนดอน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาประวัติศาสตร์ บรรดาธุรกิจต่างๆ ทั้งด้านสินค้าและบริการจะได้ประโยชน์เต็มๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่การค้าซบเซาหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเราอาจมองได้ในมุมของการหว่านเงิน เพื่อให้เงินงอกเงยขึ้นมา
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า นับเป็นโอกาสดีที่บรรดาธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากอาจได้ประโยชน์ ได้ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง หลังเผชิญผลกระทบจากโควิด-19 ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ลอนดอนยังเจอกับข่าวไม่ดีมาหลายครั้ง งานใหญ่ระดับโลกแบบนี้ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเศรษฐกิจระดับชุมชน และตลาดงานในท้องถิ่น ผู้คนจะออกมาจับจ่ายใช้สอยยาวไปถึงในช่วงสุดสัปดาห์ โดยเศรษฐกิจลอนดอนคิดเป็น 20% ของจีดีพีทั้งประเทศ
มีการประเมินว่า ธุรกิจบาร์ ร้านอาหาร และโรงแรม จะได้รับประโยชน์จากงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นเม็ดเงินมากกว่า 350 ล้านปอนด์ หรือเกือบ 15,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลจากภาคธุรกิจบางประเภทที่มักจะขาดรายได้และผลผลิตในช่วงวันหยุดยาว อย่างช่วงวันหยุดยาว 4 วัน ฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี หรือการครองราชย์ครบรอบแพลตตินัมของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ล่วงลับ เมื่อปีที่แล้ว
ด้านนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุนมองว่า เป็นการยากที่จะชี้ชัดว่างานพระราชพิธีนี้จะส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจ เพราะหากมองภาพรวมตลอดปี จะพบว่ามีหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจมากกว่า อย่างราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การลงทุนทางธุรกิจ และตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภค
ขณะที่กลุ่มสนับสนุนราชวงศ์อังกฤษ มองว่าไม่ว่าจะลงทุนจัดงานไปเท่าไรก็คุ้ม เพราะแค่เงินรายได้กลับมาจากการขายลิขสิทธิ์สัญญาณถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีให้กับสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ทั่วโลกนั้นเป็นมูลค่ามหาศาล โดยยกตัวอย่างงานพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม มกุฎราชกุมาร กับเจ้าหญิงเคท พระชายา เมื่อปี 2561 ทำรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจของอังกฤษมากกว่า 1,500 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 63,000 ล้านบาท.
ผู้เขียน เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์