#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/731015

How to ต่อสู้ฝุ่น PM2.5
วันอังคาร ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
PM2.5 หรือ ฝุ่นควันพิษ ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข และยิ่งดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง กระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรืออาการคัน เป็นต้น
พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ PM 2.5 เพิ่มเติมว่า นอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพแล้ว ในฝุ่นควันพิษยังมีสารโลหะหนักปนอยู่ด้วยไม่ว่าจะเป็น ตะกั่ว ปรอท สารหนู แคดเมียม และอื่นๆเมื่อเราต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษไปนานๆ ทำให้เกิดของเสียสะสมในร่างกายได้ค่ะ ซึ่งถ้าปล่อยไว้เรื้อรังก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้ เช่น โรคสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
โรคมะเร็ง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
วิธีการดูแลตัวเองง่ายๆ เพื่อรับมือกับฝุ่นควันพิษและโลหะหนักสะสม ดังนี้ 1.สวมหน้ากากอนามัย ที่สามารถกรองอนุภาคได้ละเอียด หรือ ป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ เมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือสถานที่มีฝุ่นควันพิษสะสม 2.หลีกเลี่ยงหากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ ควรหาเวลาพักในที่ร่มเป็นระยะ หรืออยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก 3.เปิดเครื่องฟอกอากาศ ที่สามารถกรองอนุภาคได้อย่างละเอียด เมื่ออยู่ในบ้านหรืออาคาร 4.อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดหลังกลับจากบริเวณที่มีฝุ่นควันพิษ 5.ทาครีมหรือโลชั่นที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว
6.ตรวจหาสารพิษสะสมเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และทำการล้างสารพิษ ด้วยวิธีทางการแพทย์หรือที่เรียกว่า Chelation โดยการใช้สารที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น EDTA ในการจับกับสารพิษและขับออกจากร่างกาย ซึ่งนอกจากช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายแล้ว ยังช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น เปรียบเสมือนการล้างหลอดเลือดให้สะอาดขึ้น ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้น แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น