รับมือฤดูฝน! กรมชลฯเดินหน้าแผนปฏิบัติการ 12 มาตรการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731797

รับมือฤดูฝน! กรมชลฯเดินหน้าแผนปฏิบัติการ 12 มาตรการ

รับมือฤดูฝน! กรมชลฯเดินหน้าแผนปฏิบัติการ 12 มาตรการ

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.03 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า รายงานล่าสุดปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,216 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรองรับปริมาณน้ำได้รวมกันประมาณ 30,463 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล , เขื่อนสิริกิติ์ , เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,494 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันประมาณ 10,903 ล้าน ลบ.ม.

ซึ่งขณะนี้ได้สิ้นสุดการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 65/66 แล้ว โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมชลประทานในฐานะหน่วยงานปฏิบัติได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างรัดกุม โดยจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก และปฏิบัติตาม 10 มาตรการฤดูแล้งปี 2565/66 อย่างเคร่งครัด นำมาสู่ 6 แนวทางปฏิบัติ ได้แก่ บริหารน้ำในอ่างฯ การจัดหาแล่งน้ำสำรอง การตรวจสอบความต้องการ การจัดสรรตามกิจกรรมหลัก การสำรองน้ำเก็บกักไว้ต้นฤดูฝน และการประเมินผลและประชาสัมพันธ์ ทำให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามเป้าประสงค์ เกษตรกรและประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ทั้งน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม ที่สำคัญไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ทั้งยังสามารถควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักได้เป็นอย่างดี ผลจากการบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต รัดกุม ทำให้ปัจจุบันเรามีปริมาณน้ำสำรองในต้นฤดูฝนถึง 20,000 ล้าน ลบ.ม.จากแผนที่วางไว้ 16,000 ล้าน ลบ.ม.มากกว่าแผนที่กำหนด

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2566 ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับสถานการณ์ มีการปรับปฏิทินการเพาะปลูกในทุ่งบางระกำ และ 10 ทุ่งลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อให้พื้นที่ลุ่มต่ำเหล่านี้ได้ทำการเพาะปลูกและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนฤดูน้ำหลากจะมาถึง ช่วยลดความเสียหายต่อผลผลิต ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด ด้วยการกำหนดมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย กำหนดพื้นที่ กำหนดคน และจัดสรรทรัพยากร รวมทั้งประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ผู้เกี่ยวข้องและพี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง การให้ความสำคัญการบริหารจัดการน้ำโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชนให้ได้มากที่สุด

Leave a comment