#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/732211

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการพัฒนาตลาดยางพาราให้เป็น Digital Platform ผ่านระบบ Thai Rubber Trade โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาระบบการซื้อขายประมูลยางพารา สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานตลาดกลางยางพาราของ กยท.ทั้ง 8 แห่ง และตลาดเครือข่ายกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี Block chain มาใช้ในการทำธุรกรรมเพื่อเพิ่มความโปร่งใส แม่นยำ มีความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบ และมีระบบตรวจสอบการโอนเงิน ลดความเสี่ยงในการปลอมแปลงบัญชี สามารถทำสัญญาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ด้วย Smart Contract
อย่างไรก็ดี ในระยะแรกภายในเดือนพฤษภาคมนี้ กยท.จะนำระบบ Thai Rubber Trade มาใช้ในการซื้อขายยางของสำนักงานตลาดกลางยางพารา กยท.เป็นการนำร่องก่อน 4 แห่ง คือ สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.เชียงราย สำนักงานตลาดกลาง จ.หนองคาย สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.บุรีรัมย์ และสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.ระยอง จากนั้นจะขยายผลนำระบบ Thai Rubber Trade มาใช้ในการซื้อขายยางของสำนักงานตลาดกลางยางพาราในพื้นที่ภาคใต้อีก 4 แห่ง คือสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.สุราษฎร์ธานี สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.นครศรีธรรมราช สำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา และสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.ยะลา เพื่อให้ครบทั้ง 8 แห่งภายในเดือนกันยายน 2566
น.ส.อธิวีณ์ แดงกนิษฐ์ ผอ.ฝ่ายเศรษฐกิจยาง กยท.กล่าวว่า ระบบ Thai Rubber Trade เป็นระบบซื้อขายยางที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ระบบการซื้อขายยางด้วยวิธีการประมูลของ กยท.ให้เป็น Digital Platform ซึ่งมีการพัฒนาระบบใช้งานผ่าน Mobile Platform และ Web Application ช่วยลดระยะเวลาในการทำธุรกรรม และบริหารจัดการข้อมูลการซื้อขายยางทั้งหมดแบบ Real Time ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อยางที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามความต้องการได้จากทุกตลาดกลางยางพาราและตลาดเครือข่าวทั่วประเทศ
ทั้งนี้ การนำระบบ Thai Rubber Trade มาใช้ซื้อขายยางเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบตลาดยางพาราของ กยท. ที่ช่วยสร้างราคาที่เป็นธรรม อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสขยายช่องทางการตลาดให้เกษตรกรชาวสวนยาง นอกจากนี้เทคโนโลยี Block chain ที่นำมาใช้ในระบบ Thai Rubber Trade ยังรองรับการตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลแหล่งที่มาของผลผลิตยางพาราได้ สอดคล้องกับกฎระเบียบของ EU (EUDR : EU Deforestation-free Regulation) ที่กำหนดให้การนำเข้ายางและผลิตภัณฑ์จากยางจะต้องมาจากสวนยางที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ไม่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่อนุรักษ์ และพื้นที่ป่า รวมถึงการจัดการสวนยางพาราที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม
“การซื้อขายยางผ่านระบบตลาดกลางของ กยท.ต้องลงทะเบียนสมาชิกทั้งผู้ซื้อและผู้ขายยาง กยท. สามารถเชื่อมโยงทะเบียนสมาชิกผู้ขายกับทะเบียนเกษตรกร จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังพื้นที่สวนยางที่เป็นแหล่งผลิตได้อย่างถูกต้อง” ผอ.ฝ่ายเศรษฐกิจยาง กยท.กล่าว