‘ม.มหิดล-ไบโอเทค’ ร่วมพัฒนา‘อุตสาหกรรมอาหาร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734148

‘ม.มหิดล-ไบโอเทค’  ร่วมพัฒนา‘อุตสาหกรรมอาหาร’

‘ม.มหิดล-ไบโอเทค’ ร่วมพัฒนา‘อุตสาหกรรมอาหาร’

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โลกจะบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ต่อสู้กับความหิวโหย (Zero Hunger) ลดปริมาณการสูญเสีย และการเหลือทิ้งของผลผลิตทางการเกษตร และอาหารได้หรือไม่นั้น การมุ่งพัฒนาในมิติด้านอาหารเพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องอาศัยความแข็งแกร่งของมิติด้านการเกษตร และสุขภาพมารองรับ ซึ่ง มหาวิทยาลัยมหิดล โดย สถาบันโภชนาการ ได้ผนึกกำลังกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ใช้องค์ความรู้เพื่อการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหาร

โดยมีตัวอย่างโครงการความร่วมมือ ได้แก่ การนำของเหลือทางการเกษตร หรือส่วนที่ไม่ใช้เป็นอาหาร เช่น ใบ เปลือก เมล็ดของผักและผลไม้ มาสกัดหาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เป้าหมายเพื่อพัฒนาต่อให้ได้อนุภาคที่มีขนาดระดับนาโน สำหรับนำมาใช้แก้ปัญหาจุดดำในกุ้ง ซึ่งทำให้กุ้งที่เลี้ยงมีคุณภาพต่ำและเสียราคา โดยสามารถใช้ทดแทนสารซัลไฟต์ซึ่งอาจสร้างความไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

สารออกฤทธิ์อนุภาคนาโนจากโครงการวิจัย สามารถนำมาใช้เพื่อยับยั้งเชื้อจุลชีพที่ทำให้อาหารเสื่อมเสีย (food spoilage) รวมทั้งใช้แทนยาปฏิชีวนะ เพื่อทำลายจุลชีพก่อโรค เป็นการลดปัญหาเชื้อดื้อยาจากการใช้ยาปฏิชีวนะ ส่งผลดี และเป็นประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพสัตว์และมนุษย์ โดยทั้งสองโครงการได้รับทุนความร่วมมือระดับนานาชาติ ทั้งจาก Southeast Asia-Europe Joint Funding Scheme และ e-ASIA Joint Research Program โดยมีประเทศอื่นๆ ภายใต้ความร่วมมือ
ดังกล่าว ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ตุรกี และมาเลเซีย เป็นต้น

รศ.ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หนทางสู่ความเป็นเลิศด้านอุตสาหกรรมอาหารไม่อาจบรรลุได้ หากขาดการเชื่อมโยงใน 3 มิติ เกษตร-อาหาร-สุขภาพ อาหารที่ดีไม่สามารถผลิตขึ้นได้หากขาดการเกษตรที่ดีมารองรับ และสุดท้ายความยั่งยืนจะไม่อาจเกิดขึ้น หากขาดการใส่ใจ เชื่อมโยงไปสู่มิติด้านสุขภาพ และความปลอดภัย

“ที่ผ่านมาเราผลิตอาหารได้ หากสามารถแก้ปัญหาด้านคุณภาพ ความปลอดภัย การเพิ่มมูลค่า และความยั่งยืนของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเกษตรซึ่งเป็นต้นน้ำ จนถึงผู้บริโภคที่เป็นปลายน้ำได้อย่างครบวงจรจะทำให้ประเทศไทยฟันฝ่าอุปสรรคที่ท้าทายต่อไปได้” รศ.ดร.ชลัท กล่าว

Leave a comment