ฝนหลวงฯรับมือภัยแล้งจาก‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735629

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบันมีฝนตกเพียงเล็กน้อย ทำให้สถานการณ์น้ำและความชื้นในดินมีค่อนข้างต่ำ พื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานที่มีอยู่ประมาณ 78% หรือประมาณ 116 ล้านไร่ จากพื้นที่เกษตรกรรมและป่าไม้ทั้งหมด 230 ล้านไร่ ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกขณะเดียวกันมีเกษตรกรและประชาชนขอรับบริการฝนหลวงเข้ามาจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ (ข้อมูลการขอฝนวันที่ 1-14 พฤษภาคม 2566) 1,387 ราย จาก 64 จังหวัด 459 อำเภอ รวมถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เริ่มมีปริมาณเก็บกักลดน้อยลงตามลำดับ บางแห่งมีปริมาณน้ำต่ำกว่า 50%

ทั้งนี้ ทางกรมชลประทานขอสนับสนุนให้กรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติการเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ 70 แห่ง อีกทั้งจากการคาดการณ์สภาพอากาศปี 2566พบว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ จะส่งผลกระทบให้มีฝนตกน้อยกว่าปี 2565 เกิดฝนทิ้งช่วงตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไป และเกิดความแห้งแล้งจากอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ จึงสั่งการให้ปรับแผนการทำงานเพื่อรับมือกับภัยแล้ง โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 12 หน่วย ทั่วทุกภูมิภาคใช้อากาศยานของกรมฝนหลวงฯ 23 ลำ และอากาศยานจากกองทัพอากาศ 6 ลำ รวม 29 ลำ ได้แก่ ภาคเหนือตอนบนตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.เชียงใหม่และ จ.ตาก ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.พิษณุโลก ภาคกลาง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ลพบุรี และ จ.กาญจนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ขอนแก่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.นครราชสีมา และ จ.อุบลราชธานี ภาคตะวันออกตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.จันทบุรี ภาคใต้ ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

Leave a comment