‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ วิชาเลือกเสรี สร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนในสังคมยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737305

‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ วิชาเลือกเสรี  สร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนในสังคมยุคใหม่

‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ วิชาเลือกเสรี สร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนในสังคมยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลายเป็นกระแสการพูดถึงและแชร์ต่อในโลก Social Media เมื่อ Page Facebook “สังคมศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม” โพสต์ภาพรายวิชาเลือกเสรีที่ระบุชื่อวิชาหนึ่งที่น่าสนใจ คือ วิชา “ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด” ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นหูจากนิยายและภาพยนตร์เรื่อง “แฮร์รี่พอตเตอร์” หลายคนคงสงสัยว่าวิชาที่ชื่อสะดุดตานี้ จะสอนเกี่ยวกับอะไร และจะสอนร่ายเวทมนตร์คาถาเหมือนในภาพยนตร์หรือไม่?

อาจารย์พรพรหม ไชยฉัตรพรสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม และรองคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการออกแบบหลักสูตรว่า เดิมนักเรียนจะต้องเรียนในวิชาที่กำหนด จึงมีข้อเสนอแนะที่อยากมีวิชาที่ตนสนใจ ในปี 2562 โรงเรียนจึงปรับหลักสูตรเพิ่มวิชาเลือกเสรี นอกจากวิชาพื้นฐานที่เข้มข้นแล้ว จะมีวิชาเลือกเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับอาชีพในอนาคตของนักเรียน ในขณะเดียวกันก็เพิ่มวิชาที่เป็นสมรรถนะสำคัญ และเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น ด้านสุขภาพ มีวิชาที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร ด้านกีฬา มีวิชาที่เกี่ยวกับการเป็นผู้ตัดสินกีฬา ส่วนวิชา “ป้องกันตัวในศาสตร์มืด”เป็นอีกวิชาหนึ่งซึ่งเป็นวิชาเลือกเสรีที่โรงเรียนเปิดสอนมาเป็นปีที่ 3 แล้ว  

อาจารย์กมลชนก สกนธวัฒน์ อาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายมัธยม เจ้าของรายวิชานี้อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของวิชาประกอบด้วย 2 เหตุการณ์ เหตุการณ์แรก คือมีโอกาสได้คุยกับนักเรียนแล้วพบว่านักเรียนแต่ละคนมีโจทย์ในชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคืออยากจะก้าวข้ามผ่านโจทย์ในชีวิตไปให้ได้ ประกอบกับช่วงนั้นสังคมกำลังมีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับด้านจิตใจ ความเครียด โรคซึมเศร้าจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่าในฐานะที่เราเป็นครู เราจะช่วยนักเรียนได้อย่างไร

เหตุการณ์ที่สอง เกิดจากโลก Social Media ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จ มีการสร้าง Hate Speech สร้างความเกลียดชัง หรือแม้กระทั่งคนที่ใช้ความรู้ในทางที่ผิด ใช้กลโกงทำร้ายผู้อื่น จึงมีความคิดว่า ถ้านักเรียนออกไปเจอกับสังคมที่โหดร้าย เราทำอย่างไรให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดี จึงอยากให้มีวิชาที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่นักเรียน

อ.กมลชนก เล่าต่อไปว่า ตอนคิดชื่อวิชา อยากได้ชื่อวิชาที่มีองค์ประกอบ 3 ประการ ประการแรกคือสะท้อนจุดมุ่งหมายของวิชา เมื่อนักเรียนเห็นชื่อวิชาแล้วพอจะรู้ว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร ประการที่สองอยากได้ชื่อวิชาที่มีความคิดสร้างสรรค์ แตกต่างจากชื่อวิชาเดิมที่เคยมี ส่วนประการสุดท้ายคือต้องเป็นชื่อที่เป็น First Impression ที่ดี จึงนึกถึง “วิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด” จากเรื่อง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ซึ่งชื่อนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราอยากนำเสนอทั้ง 3 ประการ  

“ศาสตร์มืด” หมายถึง ปีศาจตัวหนึ่งที่เข้ามาขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของเราในวิชานี้เกี่ยวโยงกับความมืด 2 ด้านด้วยกัน อย่างแรกคือ ความมืดในใจ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความท้อแท้ใจการไม่เห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนเป็นปีศาจตัวหนึ่งที่ขัดขวางไม่ให้เรามีความสุขในชีวิต เป็นความมืดภายในตัวที่เราต้องจัดการมันให้ได้ ส่วนด้านที่สองคือ ความมืดจากภายนอกในสังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยการแสดงออกหรือการใช้คำโดยเฉพาะใน Social Media ที่มีส่วนสร้างความเกลียดชังใช้ความรู้เอาเปรียบผู้อื่น เราจึงควรสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีแก่เด็ก มีเครื่องมือที่จะออกไปเอาชนะได้

สำหรับการเรียนการสอนรายวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ประกอบด้วยการทำกิจกรรม การลงมือปฏิบัติ การจำลองเหตุการณ์ และมีการสะท้อนความคิด สะท้อนการเรียนรู้ สะท้อนคุณค่าของตนเอง เช่น ในอนาคตนักเรียนเจอกับเหตุการณ์ที่กระทบกับตนเอง เมื่อนักเรียนเคยเจอครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าเจอกับเหตุการณ์เดียวกันนี้อีก จะสามารถย้อนนึกถึงในสิ่งที่เคยเรียน วิธีการที่ใช้ในการป้องกัน เมื่อเจอกับสิ่งนี้สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาได้

“ทุกวันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปจากยุคสมัยก่อนมากโดยเฉพาะในเรื่องเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูล สังคมที่ต้องเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่สังคมในชีวิตประจำวัน มีสังคมอีกโลกหนึ่งคือใน Social Media ทำอย่างไรให้นักเรียนใช้ชีวิตทั้งสองอย่างได้อย่างมีความสุข” อ.กมลชนก กล่าวในที่สุด

นางสาวจิณห์จุฑา เปรมประชา, นายธรรศ อินทรารักษ์สกุล, นายวรดร โกศลพิศิษฐ์กุล และนายธัญฑ์ กฤษณะเศรณี ตัวแทนนักเรียนที่เรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด กล่าวว่า สนใจเพราะชื่อวิชาน่าสนใจ ส่วนใหญ่วิชาเรียนจะตั้งชื่อค่อนข้างวิชาการ เมื่อได้อ่านรายละเอียดรายวิชาแล้วก็ชอบ เพราะสอนเกี่ยวกับทักษะการใช้ชีวิตประจำวันของเราที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป หลังจากได้เรียนแล้วก็สนุก เนื้อหาไม่เครียด กิจกรรมสับเปลี่ยนทุกสัปดาห์ เช่น การแสดงละครที่มีบทเกี่ยวกับการปฏิเสธ ต้องปฏิเสธอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่เสียใจ สอนเรื่องการเลือกใช้คำพูดการเป็นผู้พูด และการเป็นผู้ฟังที่ดี  กิจกรรมดูภาพยนตร์ โฆษณา แล้วถอดบทความออกมาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตว่าได้บทเรียนอย่างไร นำทักษะไปใช้ชีวิตในอนาคตอย่างไร เป็นต้น

Leave a comment