#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/738809

แพทย์เผยแนวโน้มผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มมากขึ้น พบเด็กมีอัตราป่วยสูงสุด ส่วนภาวะอ้วนเสี่ยงเสียชีวิตได้
วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดกิจกรรม
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผนึกพลังเครือข่ายพร้อมใจหยุดภัยไข้เลือดออกเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในช่วงนี้ มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ระยะนี้มีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้เกิดน้ำขังค้างในภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย เผยกลุ่มเด็กพบอัตราป่วยสูงสุดส่วนกลุ่มเสี่ยงผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีน้ำหนักเกิน หากติดเชื้ออาจเสียชีวิตได้ พร้อมจับมือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำงาน อสม.เข้มแข็ง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดูแลประชาชนและองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำกับงานสาธารณสุขพื้นฐานในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ เน้นพื้นที่ “บ้าน วัด โรงเรียน” ซึ่งเป็นสถานที่สำรวจแล้วพบลูกน้ำยุงลายสูงสุด
ล่าสุด นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นประธานเปิดกิจกรรมพัฒนาความร่วมมือและเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายสาธารณสุขด้านการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี โดยมีนายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายศิริพันธ์ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางสาวพัชร์ชิสา พชิระธารีรัตน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และคณะผู้บริหารกรมควบคุมโรค เข้าร่วม
.jpg)
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าในปี 2566 ประเทศไทยจะพบการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากขึ้นตามวงรอบของปีที่จะระบาดโดยในปีนี้สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-7 มิถุนายน 2566 พบรายงานผู้ป่วยจำนวน 19,503 ราย เสียชีวิต17 ราย และจำนวนผู้ป่วยปี 2566 มากกว่า ปี 2565 ณ ช่วงเวลาเดียวกันถึง 3.8 เท่า กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงที่สุด ได้แก่ อายุ 5-14 ปี รองลงมา15-24 ปี ซึ่งประเมินความเสี่ยงพบมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกภาค ส่วนปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยที่เสียชีวิตคือไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าเกินไปมีภาวะอ้วน ได้รับยากลุ่ม NSAIDs มาก่อน และมีโรคประจำตัว
กรมควบคุมโรคจึงร่วมกับจังหวัดปทุมธานี และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จัดให้มีการรณรงค์ “บ้าน วัด โรงเรียน” พร้อมใจ หยุดภัยไข้เลือดออก สืบเนื่องจากมีการสำรวจลูกน้ำยุงลายโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ล่าสุดโดยใช้แอปพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ สำรวจใน 7 สถานที่เสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกพบลูกน้ำยุงลายที่วัด โรงเรียน และสถานที่ราชการ มีค่าดัชนีความหนาแน่นสูงสุด จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ถูกต้อง อาทิ วัดเป็นแหล่งที่ผู้คนเข้า-ออกทำบุญอย่างต่อเนื่อง โดยพระสงฆ์ไม่สามารถกำจัดลูกน้ำและยุงลายได้ด้วยตัวเองจึงต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าเข้าวัดอย่าสร้างขยะ เช่น แก้วพลาสติก กล่องโฟมใส่อาหาร ที่อาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ รวมทั้งควรมีจิตอาสาที่จะช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมในวัดไม่ให้มีแหล่งน้ำขังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงส่วนโรงเรียนต้องมีมาตรการเข้มข้นในการฝึกทักษะนักเรียนให้สามารถจัดการกับปัญหายุงลายได้ เช่น จัดเวรดูแลอ่างบัว แจกันพลูด่าง ปล่อยปลาหางนกยูงเพื่อกินลูกน้ำ เป็นต้น และต้องมีมาตรการป้องกันมิให้ยุงกัดนักเรียน
.jpg)
นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า งานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกถือเป็นงานสำคัญในบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ที่มีอยู่กว่าล้านคนทั่วประเทศ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นกรมที่กำกับดูแล อสม.เหล่านี้ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานไปในทิศทางที่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาผลงานดังกล่าวมีคุณภาพเป็นที่ประจักษ์ต่อคนไทย และนานาชาติให้การชื่นชมเป็นอย่างมาก อสม. มีหน้าที่ดูแลสำรวจลูกน้ำยุงลายร่วมกับเจ้าของบ้านในกลุ่มบ้านที่รับผิดชอบ รวมทั้งร่วมรณรงค์ป้องกันควบคุมโรคต่างๆ หลากหลายกิจกรรมเป็นที่น่าชื่นชม ถือเป็นงานจิตอาสาอีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดโดยการทายากันยุงหรือนอนในมุ้งและหากประชาชนมีอาการไข้สูงลอย ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา หรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัวและแขน ขาไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโครฟีแนก แอสไพริน รวมถึงยาชุดซึ่งมีผลทำให้เลือดออกในช่องทางเดินอาหารและยากต่อการรักษาเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหากมีไข้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจน จะได้รับการรักษาที่เหมาะสม และช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422