#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/742201

‘ตรีนุช’มอบการบ้าน สพฐ.จัดสอนถึง ม.3 รร.stand alone บนเกาะพยาม
วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 14.59 น.
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายนิรุตติ สุทธินนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงศึกษาธิการ , นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่โรงเรียนบ้านเกาะพยาม จ.ระนอง โดยมี นายมนัส สักขาพรม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบางกลาง รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะพยาม ให้ข้อมูล
นางสาวตรีนุช กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยม ว่า โรงเรียนบ้านเกาะพยาม เป็นโรงเรียนพื้นที่พิเศษ (เกาะ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง (สพป.ระนอง) เปิดสอน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2566 มีนักเรียน ทั้งหมด 176 คน 8 ห้องเรียน ครู 4 คน จัดการเรียนการสอนแบบคละชั้นเรียน
รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า นักเรียนของโรงเรียนบ้านเกาะพยาม มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โดยจากนักเรียนทั้งหมด 176 คน เป็นนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์มอแกน ,เมียนมา และลูกครึ่งญี่ปุ่น รวม 119 คน ส่วนที่เหลือ 57 คน เป็นเด็กไทย โดยทางโรงเรียนได้ปรับตารางเรียนให้เหมาะสมกับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โดยภาคเช้า เน้นด้านภาษาอ่านออกเขียนได้ ด้านเหตุผลคำนวณคิดเลขเป็น ส่วนภาคบ่าย จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ หลักสูตรสถานศึกษากับฐานการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและนอกห้องเรียน และการฝึกทักษะอาชีพ ซึ่งนักเรียนที่จบการศึกษาจากชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าศึกษาต่อทุกคน โดยเดินทางไปศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ กศน.ตำบลเกาะพยาม และ โรงเรียนในอำเภอเมืองจังหวัดระนอง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ท 45 นาที อัตราค่าโดยสารเรือ 350 บาท ต่อคนต่อเที่ยว ถ้านั่งเรือหางยาง ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 200 บาทต่อคนต่อเที่ยว ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
“ดิฉันเห็นว่า โรงเรียนบ้านเกาะพยาม มีการจัดการเรียนการสอนได้ดี แม้จะเป็นโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลในเกาะ (Stand alone) ซึ่งหากเด็กได้มีทางเลือกได้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) นอกเหนือจากไปเรียนกับ กศน.ตำบลเกาะพยาม ก็จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนมากขึ้น ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ เขตพื้นที่การศึกษา ทำการศึกษารูปแบบและวิธีการในการเปิดเป็นโรงเรียนขยายโอกาส หรือ เปิดเป็นห้องเรียนสาขาของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 38 สอนถึงชั้น ม.3 เน้นเรื่องทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต รวมถึงมอบ สพฐ.ทำแผนพัฒนาโรงเรียนพื้นที่บนเกาะพื้นที่ห่างไกลกันดารทั้งระบบด้วย ไม่ใช่เฉพาะที่เกาะพยามเท่านั้น” รมว.ศธ.กล่าว
ด้าน นายมนัส สักขาพรหม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบางกลาง รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะพยาม กล่าวว่า โรงเรียนบ้านเกาะพยามเป็นโรงเรียนขนาดกลาง สแตตนนอโลน มีครูไม่ครบชั้น โดยเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล – ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำหรับนักเรียนมีหลากหลายชาติพันธ์ แต่เนื่องจากทางโรงเรียนมีครูไม่ครบชั้นจึงมีครูอาสาสมัครต่างชาติเข้ามาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียน
“ขณะนี้ทางโรงเรียนมีความต้องการรั้วโรงเรียน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและป้องกันอุบัติเหตุหน้าโรงเรียน รวมถึงต้องการห้องน้ำและโรงอาหารเนื่องจากจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น รวมถึงบ้านพักครู และอีกไม่นานนี้ทางโรงเรียนกำลังจะได้รับการครูบรรจจุใหม่เข้ามาเนื่องจากโรงเรียนยังขาดครูอีกจำนวน 8 ตำแหน่ง”
ด้าน Miss fiona Parsans (ครูฟี) ชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นครูอาสามสัครจากมูลนิธิ allforvillages.org ซึ่งมาอยู่เมืองไทยได้ 14 ปี และมาเป็นครูอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษและภาษาไทยให้นักเรียนชาติพันธ์และนักเรียนไทยในโรงเรียนบ้านเกาะพยาม มา 4 ปีแล้ว รู้สึกชอบโรงเรียนนี้มากและชอบประเทศไทย
– 006















