#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/742359

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๙๖ พรรษาสมเด็จพระสังฆราช’ งานฉลองพระชนมายุตลอดปี
วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
สมเด็จพระสังฆราช บำเพ็ญกุศลพระชนมายุ ๙๖ พรรษา
นับเป็นมหามงคลยิ่งของชาวพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วประเทศ ด้วยเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น เป็นวันคล้ายวันประสูติครบรอบ ๙๖ ปี ของ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร)” มีพระนามเดิมว่า “อัมพร ประสัตถพงศ์” ฉายา อมฺพโร ได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๐ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร และกรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองงานพระธรรมทูต
สมเด็จพระสังฆราช เป็นบุตรคนโตในจำนวนบุตร-ธิดา ๙ คน ของ นายนับ กับนางตาล ประสัตถพงศ์ ประสูติที่บ้านตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๐ ทรงศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์กองบินที่ ๔ ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ทรงจบประถมศึกษาปีที่ ๑ และทรงศึกษาต่อ ณ โรงเรียนประชาบาลวัดพเนินพลู ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรีจังหวัดราชบุรี จนทรงสำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อพ.ศ.๒๔๘๐ เมื่อมีพระชนมายุ ๑๓พรรษา จึงได้ทรงบรรพชา ณ วัดสัตตนารถปริวัตรตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เมื่อทรงเป็นสามเณรได้เสด็จไปทรงเล่าเรียนพระปริยัติธรรมในสำนักของพระอธิการโสตถิ์ สุมิตฺโต ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระศรีธรรมานุศาสน์ เจ้าคณะอำเภอเมืองบางแพ (ธรรมยุต) ณ วัดตรีญาติ ตำบลพงสวายอำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ทรงสอบนักธรรมและบาลี ประโยคต่างๆ ในสำนักเรียนวัดตรีญาติ ได้นักธรรมชั้นเอก และเปรียญธรรม ๔ ประโยค

สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๒๐
ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ ได้ทรงพบกับพระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) คือ สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ได้ชักชวนให้ทรงเข้ามาพำนักเพื่อทรงศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ทรงอุปสมบทเป็น พระภิกษุ ณ มหาพัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑ ทรงได้รับพระสมณฉายาว่า “อมฺพโร” มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงชินวราลงกรณ ขณะทรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลีเป็น พระอุปัชฌาย์ ได้ทรงศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ในสำนักเรียนวัดราชบพิธ จนทรงสำเร็จเปรียญธรรม ๖ ประโยคและทรงเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras HinduUniversity) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ด้วยพระเมตตาพระกรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระสังฆราชนั้น รัฐบาลได้จัดงานฉลองพระชนมายุ ๘ รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกตลอดปี ๒๕๖๖ ดังปรากฏมีการสร้างตราสัญลักษณ์งานฉลองพระชนมายุ ๘ รอบฯเข็มที่ระลึก การจัดพิธีการ โครงการและกิจกรรมต่างๆ เช่น บรรพชาอุปสมบท ๙๗ รูป จัดสร้างพระกริ่ง จัดพิมพ์หนังสือบรรณานุสรณ์ เผยแพร่พระเกียรติคุณเรื่อง “ตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์ และอัมพโรวาท” และโครงการต่างๆ เช่น โครงการกำหนดประโยชน์ใช้สอยพื้นที่ภายในกระทรวงมหาดไทย โครงการจัดสร้างสถาบันกรรมฐานศึกษาสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) อำเภอลำลูกกาจังหวัดปทุมธานี โครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ในพระสังฆราชูปถัมภ์กิจกรรมด้านการศึกษาเรียนรู้โครงการ “ธรรมะ สานใจ สูงวัยพลังบวก” โครงการอบรม“พระบริบาลภิกษุไข้” ประจำวัด ๑ วัด ๑ รูปทั่วไทย โครงการพัฒนาวัดต้นแบบ โครงการจัดสร้างสิ่งสะสมพิเศษเพื่อเป็นที่ระลึก โครงการจัดทำเหรียญที่ระลึก เป็นต้น นับเป็นงานฉลองที่ชาวพุทธศาสนิกชนและผู้ที่เคารพนับถือในพระเมตตากรุณาคุณฯนั้นสามารถร่วมกิจกรรมได้ตลอดทั้งปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๘ รอบ สมเด็จพระสังฆราช

พระราชกุศลฉลองสมเด็จพระสังฆราชฯ พระชนมายุ ๘ รอบ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม

ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

งานบำเพ็ญกุศลพระชนมายุ ๙๖ พรรษาฯ

สัญลักษณ์ฉลองพระชนมายุ ๙๖ พรรษา

เข็มที่ระลึก

หนังสือบรรณานุสรณ์