#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/742755

มธ. แนะโรดแมป ปลดหนี้สาธารณะ และสร้างวินัยการเงินระยะยาว
วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยว่า หลังพบปี 2566 ประเทศไทยมี “หนี้สาธารณะไทย” สะสมสูงถึง 10 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 60-61 ของจีดีพี โดยจัดอยู่ในประเทศที่มีภาระหนี้สาธารณะอันดับที่ 120 ของโลกและอันดับ 4 ของอาเซียน สาเหตุจากรัฐบาลมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย และเล็งวางกู้เงินกว่า 3.22 ล้านล้านบาทเพื่อลงทุนพัฒนาสังคม-โครงสร้างพื้นฐาน-เยียวยากลุ่มคนเปราะบางต่อไป จากสถานการณ์ดังกล่าว คณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. ได้วิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์และสถิติ ร่วมกับบริบททางสังคมของประเทศไทย จึงขอนำเสนอโรดแมป “ลดหนี้สาธารณะ” เพื่อเป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานภาครัฐของไทย ใน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หรือพิจารณาจากความคุ้มค่าในการก่อหนี้, ระยะกลาง ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเข้าถึงการประกอบอาชีพ และระยะยาวได้แก่ ยกระดับศักยภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น
ส่วนทางด้าน “หนี้ครัวเรือน” เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 90 ในไตรมาสที่ 4/2565 จากสถิติปี 2563-2564 ที่พบว่าร้อยละ 34.3 เป็นหนี้เพื่อการอุปโภค-บริโภคส่วนบุคคลอื่น และร้อยละ65.7 เป็นหนี้เพื่อการลงทุนและสร้างรายได้ในอนาคต คณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. มีแนวทางสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวแก่ภาคครัวเรือนและวัยรุ่นสร้างตัวโดยการสร้าง “วินัยการเงินให้เป็นเรื่องใกล้ตัวได้ง่ายๆ” ใน 3 ขั้นตอน คือ 1.เป็นหนี้ให้น้อยที่สุด 2.มีเงินเก็บสำหรับฉุกเฉิน และ 3.ลงทุนให้เป็น ปลดล็อกเพื่อความมั่งคั่งในอนาคต พร้อมชวนปรับแนวคิดในสมการ “รายได้ – เงินออม = รายจ่าย” หรือ “เก็บออมก่อนใช้” โดยเริ่มจากการออมขั้นต่ำ 10-20% ของรายได้ ส่วนกลุ่มแรงงานรายวันที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ใช้โมเดลการออมที่เหมาะสม ราว 5-10% ของรายได้ต่อวัน
ทั้งนี้ คณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและร่วมหาทางออกหนี้สาธารณะของประเทศในอนาคตอย่างยั่งยืน ผ่านการเรียนการสอนของสาขาคณิตศาสตร์และสถิติของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ที่บูรณาการศาสตร์ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้รอบด้านและสามารถเรียนข้ามหลักสูตรกันได้ตรงตามความสนใจของตนเอง สามารถปรับตัวให้สอดคล้องความต้องการของสังคมและประเทศชาติ ตลอดจนตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต โดยสาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ ได้พัฒนาหลักสูตรคณิตศาสตร์วิชาเอกคณิตศาสตร์ หลักสูตรคณิตศาสตร์วิชาเอกวิทยาการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หลักสูตรคณิตศาสตร์ประยุกต์ หลักสูตรคณิตศาสตร์การจัดการ หลักสูตรสถิติวิชาเอกสถิติศาสตร์ หลักสูตรสถิติวิชาเอกวิทยาการวิเคราะห์ข้อมูล หลักสูตรวิทยาการประกันภัยขึ้นใหม่โดยมุ่งเน้นให้แต่ละหลักสูตรผลิตบัณฑิตที่มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyzing) โดยนำความรู้และเครื่องมือที่ตนได้ศึกษาในแต่ละหลักสูตรมาใช้ศึกษาปัญหาโลกจริงและนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์เพื่อเป็นข้อมูลเพื่อการตัดสินใจผ่านการทำวิจัยในวิชาโครงงาน เช่น ปัญหาด้านการจัดการโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าทางการเกษตรได้ ปัญหาด้านการเงินและการลงทุน การออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยการออกแบบและกำหนดราคาสินทรัพย์ทางการเงิน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีรายวิชาและกลุ่มรายวิชาที่ทันสมัยและมีผลกระทบสูงต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มรายวิชาทางจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ กลุ่มรายวิชาทางด้านการวิเคราะห์ กลุ่มรายวิชาด้านการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายและแก้ปัญหาทางโลกจริงที่ซับซ้อน เป็นต้น ผู้สนใจศึกษาต่อคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SCI-TU) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://sci.tu.ac.th/