#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/743945

ปธส.รุ่นที่ 10 ประชุมวิชาการเสริมศักยภาพผู้นำต้นแบบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
วันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 14.51 น.
15 กรกฎาคม 2566 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดประชุมวิชาการ “Sustainable Management and Collaboration for Climate Change in Action” ภายใต้หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 10 (ปธส.10) เพื่อเสริมศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลงและเป็นต้นแบบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมทุกภาคส่วน ซึ่งได้รับเกียรติจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาร่วมเสวนา ในหัวข้อ “Sustainable Management and Collaboration for Climate Change in Action” โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
.jpg)
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วันนี้ได้รับเกียรติเป็นผู้ร่วมเสวนา ในหัวข้อ “Sustainable Management and Collaboration for Climate Change in Action” มีสาระสำคัญ ได้แก่ แนวทางการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ Net zero emission ของแต่ละภาคส่วน ความร่วมมือเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายควรเป็นอย่างไร และ Collaboration to net zero จะพลิกโฉมประเทศไทยได้อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาเวทีการประชุมในระดับโลกและระดับภูมิภาค ได้หยิบยกปัญหาโลกร้อนมาเป็นประเด็นสำคัญ รวมถึงประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง มีค่าดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศโลก (Global Climate Risk Index : CRI) เป็นลำดับที่ 9 ของโลก ดังนั้นการเสวนาในวันนี้จึงมีความสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพครบทุกมิติ เดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2065 และที่สำคัญการจัดกิจกรรมในวันนี้เป็นรูปแบบคาร์บอนนิวทรัลอีเว้นท์ (Carbon Neutral Event) โดยชดเชยการปล่อยคาร์บอนจากการจัดกิจกรรมด้วยคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER อีกด้วย
นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีนโยบายทบทวน ปรับบทบาท ภารกิจและโครงสร้างของหน่วยงาน เสนอเปลี่ยนชื่อ “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” เป็น “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” โดยนำภารกิจของกองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ผนวกรวมกับภารกิจของ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีจุดแข็งด้านการสร้างจิตสำนึก สร้างการมีส่วนร่วมและเพิ่มขีดความสามารถของประชาชน มีฐานเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงมีการศึกษา วิจัย พัฒนาสารสนเทศ และถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนชื่อ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม แล้วเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566
และในวันนี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการเปิดศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ณ ศูนย์บริการประชาชน ชั้น 2 อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานกลาง บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลของทุกจังหวัด รวบรวมข้อมูลการลดและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เป็นศูนย์เรียนรู้และสื่อสารข้อมูลองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงเป็นศูนย์ติดตาม การพยากรณ์และคาดการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การที่จะบรรลุเป้าหมายได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงนักศึกษา ปธส.10 ที่จะมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและเป็นต้นแบบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย
-(016)



