#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2710893

19 ก.ค. 2566 18:22 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ยอดดับจาก ‘อากาศร้อนจัด’ ในยุโรปพุ่ง WHO วอนดำเนินการเร่งด่วน
สภาพอากาศร้อนจัดในยุโรปวิกฤติ คาดยอดเสียชีวิตจากจะเพิ่มสูงขึ้น หลังพบผู้เสียชีวิตเมื่อปี 2565 สูงนับ 6 หมื่นราย องค์การอนามัยโลกเรียกร้องดำเนินการเร่งด่วนจัดการวิกฤติสภาพภูมิอากาศ
ดร.ฮันส์ คลูเกอ ผู้อำนวยการสำนักงานประจำภูมิภาคยุโรปขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเมื่อ 18 ก.ค. 2566 ถึงสถานการณ์ยุโรปเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดว่า ยุโรปพบผู้เสียชีวิต 60,000 รายจากอากาศร้อนจัดเมื่อปีที่ผ่านมา และตัวเลขนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ
คลูเกอระบุว่าปัจจุบัน “เขตอันตราย” ครอบคลุมพื้นที่ยุโรปใต้และตะวันออก โดยกระตุ้นเตือนประชาชนตรวจสอบรายงานสภาพอากาศสม่ำเสมอ ปฏิบัติตามคำแนะนำท้องถิ่น และติดตามความเสี่ยงด้านสุขภาพเกี่ยวกับสภาพอากาศจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

“นอกจากการปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงใหม่ในฤดูร้อนนี้แล้ว เราต้องมองไปยังอนาคตในอีกหลายปีและทศวรรษข้างหน้าด้วย” คลูเกอกล่าว “ตอนนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนในการทำงานระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อจัดการกับวิกฤติสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นวิกฤติที่คุกคามความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์”
คลูเกอเชื่อว่าในระยะยาว การรับรองปฏิญญาบูดาเปสต์ (Budapest Declaration) ก่อนหน้านี้ในภูมิภาคที่อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานฯ จะมีส่วนช่วยจัดการ “ผลกระทบรุนแรงที่สุดของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสุขภาพและระบบสุขภาพ” โดยปฏิญญานี้มุ่งให้ความสำคัญต่อการดำเนินการเร่งด่วนในวงกว้างเกี่ยวกับความท้าทายด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ
ทั้งนี้ คลูเกอเชื่อว่าปฏิญญาดังกล่าวจะระดมกลุ่มเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วม เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในประเด็นภูมิอากาศที่พวกเขาได้รับต่อกันมา และมักเต็มไปด้วยความคิดและแนวทางแก้ไข
คลูเกอกล่าวว่า การดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่สามารถถูกระบุได้ว่าเป็นความรับผิดชอบเฉพาะรัฐบาลหรือพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง แต่ต้องเป็นประเด็นที่ไม่มีการแบ่งฝักฝ่าย และได้รับแรงสนับสนุนจากทุกฝ่ายของสเปกตรัมทางการเมือง
ที่มา : Xinhua