ส่องชะตากรรม พลทหาร ทราวิส คิง หนีส่งตัวกลับ-โดนจับในเกาหลีเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2711278

ส่องชะตากรรม พลทหาร ทราวิส คิง หนีส่งตัวกลับ-โดนจับในเกาหลีเหนือ

21 ก.ค. 2566 09:50 น.

ส่องชะตากรรม พลทหาร ทราวิส คิง หนีส่งตัวกลับ-โดนจับในเกาหลีเหนือ

  • พลทหาร ทราวิส คิง กลายเป็นทหารสหรัฐฯ คนแรกในรอบหลายสิบปี ที่ถูกจับตัวในเกาหลีเหนือ หลังจากเขาวิ่งข้ามเส้นแบ่งเขตเข้าสู่เกาหลีเหนือโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้สาเหตุว่าทำไม ทราวิส คิง จึงเข้าไปในเกาหลีเหนือโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ 1 วันก่อนหน้านั้น เขากำลังจะถูกส่งตัวกลับสหรัฐฯ เพื่อลงโทษทางวินัยคดีทำร้ายร่างกาย
  • สหรัฐฯ พยายามติดต่อเกาหลีเหนือเพื่อสอบถามชะตากรรมของทหารรายนี้แต่ไม่เป็นผล ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า เขาอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อหรือต่อรองกับรัฐบาลไบเดน

นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่ทหารสหรัฐฯ อาจถูกฝ่ายเกาหลีเหนือควบคุมตัวเอาไว้ ในเหตุการณ์ที่สร้างความปวดหัวให้แก่สหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้ ที่กำลังพยายามหาทางกดดันรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งยกระดับการทดสอบขีปนาวุธขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทหารรายนี้คือ พลทหาร ทราวิส คิง ผู้ประจำการในเกาหลีใต้ โดยกองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่า เขาก่อเหตุข้ามเส้นแบ่งเขตเข้าสู่เกาหลีเหนือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยความตั้งใจของตัวเองและไม่ได้รับการอนุญาตใดๆ ระหว่างร่วมทัวร์กับพลเรือนในพื้นที่ความมั่นคงร่วม (JSA) อันเป็นส่วนหนึ่งของเขตปลอดทหาร หรือ DMC ซึ่งกั้นระหว่างเกาหลีทั้งสองเอาไว้

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กำลังพยายามรวบรวมข้อมูลว่า เหตุใดทหารหนุ่มผู้นี้จึงข้ามพรมแดนเข้าสู่เกาหลีเหนือ โดยเบื้องต้นพวกเขาไม่เชื่อว่านี่เป็นความพยายามแปรพักตร์ และกำลังประสานงานร่วมกับกองทัพเกาหลีใต้ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ และพาทราวิส คิง กลับบ้านอย่างปลอดภัย

พลทหารทราวิส คิง

ก่อเรื่องจนโดนจับ-ปรับเงิน

ทราวิส คิง เป็นพลทหารม้าลาดตระเวน ผู้เข้าร่วมกองทัพสหรัฐฯ ตั้งแต่มกราคม 2564 เขาสังกัดกองร้อยที่ 6 ของกองทหารม้าที่ 1 ประจำกองพลน้อยชุดรบที่ 1 แห่งกองพลยานเกราะที่ 1 ที่ฐานทัพ ฟอร์ต บลิส ในรัฐเทกซัส ก่อนจะถูกย้ายไปประจำการที่เกาหลีใต้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยว่า พลทหารคิงอยู่ในเกาหลีใต้มานานเท่าใด ก่อนที่ในวันที่ 25 กันยายน 2565 เขาไปก่อเรื่องทะเลาะวิวาท โดยสื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้รายงานว่า เขาต่อยชายเกาหลีคนหนึ่งที่ไนต์คลับแต่ตกลงยอมความกันได้

ทว่าในวันที่ 8 ต.ค. ปีเดียวกัน คิงก็ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทอีก เมื่อตำรวจพยายามควบคุมตัวเขา คิงกลับมีพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างต่อเนื่องทั้งเตะประตูรถตำรวจไม่หยุด และตะโกนถ้อยคำหยาบคาย ทำให้เขาถูกศาลตัดสินจำคุก 50 วันที่ทัณฑสถานในกรุงโซล และปรับเงินอีก 5 ล้านวอน

คิงได้รับการปล่อยตัวเมื่อ 10 ก.ค. หลังถูกคุมขังนาน 50 วัน และกองทัพก็ตัดสินใจส่งตัวคิงกลับสหรัฐฯ โดยในวันจันทร์ที่ 17 ก.ค. พลทหารคิงถูกพาตัวไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับมาตุภูมิ คาดกันว่าเขาจะได้รับโทษทางวินัยเพิ่มเติม แต่คิงกลับไปถึงที่ประตูทางออกขึ้นเครื่องเพียงคนเดียว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่มาด้วยไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตามเขาไปจนถึงเครื่องบิน

ซึ่งที่นั่น คิงออกอุบายบอกกับเจ้าหน้าที่สายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส ว่า หนังสือเดินทางของเขาหายไป พนักงานจึงพาเขาออกจากพื้นที่ผู้โดยสารขาออก จากนั้นคิงก็ออกจากอาคารผู้โดยสาร จากนั้นเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่ในกลุ่มทัวร์หมู่บ้านปันมุนจอม บริเวณพื้นที่ความมั่นคงร่วมซึ่งห่างออกไป 54 กม. แล้ว โดยที่ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

อาคารสีฟ้าของหมู่บ้านปันมุนจอม บนเส้นแบ่งเขตระหว่างเกาหลีเหนือกับใต้

หัวเราะลั่น-วิ่งเต็มฝีเท้าข้ามชายแดน

หลังเดินทางไปถึงพื้นที่ความมั่นคงร่วมในวันอังคารที่ 18 ก.ค. พลทหารคิงก็วิ่งผ่านอาคารสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านปันมุนจอม และตั้งคร่อมเส้นแบ่งเขตเอาไว้ ท่ามกลางความตกตะลึงของนักท่องเที่ยว ทหารสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ที่ประจำการที่นั่นพยายามวิ่งตามและตะโกนบอกให้เขาหยุดแต่ไม่เป็นผล แล้วคิงก็ข้ามชายแดนไป

สื่อออนไลน์ของสหรัฐฯ ชื่อว่า Messenger อ้างว่าพวกเขาได้เห็นรายงานภายในของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งบรรยายพฤติกรรมของนายคิงในตอนเกิดเหตุเอาไว้ โดยระบุว่า นายคิงวิ่งไปยังอาคารฝั่งเกาหลีเหนือและทุบประตูอย่างรุนแรง แต่เมื่อไม่มีการตอบรับ เขาวิ่งอ้อมไปด้านหลังแล้วขึ้นรถตู้ขับออกไปในทันที

ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มทัวร์เดียวกันเผยว่า ได้ยินทหารรายนี้หัวเราะเสียงดังมาก ก่อนจะออกวิ่งไปยังเส้นแบ่งเขต ขณะที่ น.ส.ซาราห์ เลสลี นักท่องเที่ยวจากนิวซีแลนด์กล่าวว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เธอกับคนอื่นๆ ในกลุ่มทัวร์รวม 40 คนกำลังเดินไปรอบๆ แล้วถ่ายรูป ก่อนที่นายคิงจะวิ่งออกไป

“เขาวิ่งเต็มฝีเท้าไปยังฝั่งเกาหลีเหนือ” เลสลีบอกกับสำนักข่าวเอพี “ฉันไม่คิดว่าใครที่มีสติจะอยากไปเกาหลีเหนือ ฉันจึงคิดเอาเองว่านี่อาจเป็นการแสดงอะไรบางอย่าง”

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า นายคิงอยู่ที่ไหน แต่สหรัฐฯ เชื่อว่าเขาถูกเกาหลีเหนือจับตัวแล้ว “เราเชื่อว่าตอนนี้ คิงกำลังถูกควบคุมตัวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) และเรากำลังทำงานร่วมกับกองทัพกาหลีเหนือ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์นี้” พันเอก ไอแซค เทย์เลอร์ โฆษกกองทัพสหรัฐฯ ระบุ 

ด้านนางคลอดีน เกตส์ บอกกับสำนักข่าวเอบีซี ว่า เธอช็อกมากกับข่าวที่ออกมา เพราะเธอไม่อยากเชื่อว่าลูกชายจะทำเรื่องแบบนี้ และเธอเพิ่งได้รับการติดต่อจากลูกชายเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าเขากำลังกลับมาที่ ฟอร์ต บลิส ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กำลังปะติดปะต่อเรื่องราวเพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุของพลทหารรายนี้

ท่าอากาศยานอินชอน

คิงอาจวางแผนไว้ล่วงหน้า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนออกมาตั้งข้อสังเกตว่า นายคิงอาจวางแผนก่อเหตุไว้ก่อนแล้วหรือไม่ เช่น นายจัคโค สเวตสลูต ผู้จัดรายการพอดแคสต์เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ และเคยทำงานในบริษัททัวร์ซึ่งพาทหารสหรัฐฯ ไปยังเขต JSA กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่ชายคนนี้จะหนีจากสนามบินในวันหนึ่ง และจองเข้าร่วมกลุ่มทัวร์ในวันถัดมาได้

เขาอธิบายอีกว่า ตามปกติแล้วการเดินทางไปยัง JSA ต้องใช้เวลาประมาณ 3 วันก่อนจะได้รับอนุญาต ผู้ร่วมกลุ่มทัวร์ต้องส่งหมายเลขหนังสือเดินทางและเลขประจำตัวทหาร ไปยังกองบัญชาการสหประชาชาติ ซึ่งดูแลเรื่องการจัดทัวร์ไป JSA “ตอนที่ผมยังทำทัวร์อยู่ เราต้องเปลี่ยนเวลาจาก 48 ชั่วโมงเป็น 72 ชั่วโมง เพราะเกิดความผิดพลาดมากเกินไป”

นอกจากนั้น นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 การจองทัวร์ประเภทนี้ยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะพวกเขาเพิ่งกลับมาจัดเมื่อไม่นานมานี้ และดูเหมือนว่าตอนนี้มีเพียง 2 บริษัทเท่านั้นที่เสนอทัวร์ให้ชาวต่างชาติ การจองจำเป็นต้องใช้เวลาเตรียมการและศึกษาข้อมูลให้ดี

ชะตากรรมจะเป็นอย่างไร?

สถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีกลายเป็นสิ่งที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ให้ความสำคัญมากขึ้น พวกเขาพยายามหาทางกดดันให้รัฐบาลเปียงยางหยุดทดสอบขีปนาวุธ และกลับมาเจรจากัน โดยล่าสุด สหรัฐฯ ก็เพิ่งส่งเรือดำน้ำที่ติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ได้ ไปยังท่าเรือเมืองปูซาน ของเกาหลีใต้

นายเจมส์ เฟลตเวลล์ นักวิเคราะห์ของสำนักข่าว NK News ในกรุงโซล กล่าวว่า เปียงยางอาจใช้พลทหารคิงเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อเพื่อวิพากษ์วิจารณ์กองทัพสหรัฐฯ “คิงอาจปรากฏตัวในสื่อเกาหลีเหนือในอนาคต แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาถูกสอบสวน หรือถูกกักตัวป้องกันโควิดนานแค่ไหน”

แต่ น.ส. เจนนี ทาวน์ ผู้อำนวยการโครงการ 38 North ของศูนย์สติมสัน ซึ่งคอยวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ เชื่อว่า นายคิงไม่ใช่ตัวเลือกในอุดมคติมากนักในการสร้างเรื่องทหารหนีทัพ “เมื่อนานมาแล้วเคยมีหลายกรณีที่ทหารสหรัฐฯ แปรพักตร์ และได้รับอนุญาตให้อยู่ (ในเกาหลีเหนือ) แต่กรณีเหล่านั้นมีคุณค่าทางการเมือง แตกต่างกันไปตามช่วงยุคสมัยและผู้นำในเวลานั้น”

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนคาดว่า นายคิงอาจถูกเกาหลีเหนือใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในการเจรจากับสหรัฐฯ “สำหรับเปียงยาง มันสมเหตุสมผลที่จะหาทางเรียกค่าเสียหายบางอย่าง และจากนั้นก็ขับไล่ชาวอเมริกันที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตออกไป” ลีฟ เอริค อีสลีย์ ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยสตรี อีวา (Ewha) ในกรุงโซล กล่าว

“ฉากทัศน์ที่ดีที่สุดคือ ทหารอเมริกันรายนี้สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย และให้เปียงยางได้รับชัยชนะด้านโฆษณาชวนเชื่อบางอย่าง แล้วเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือก็อาจจะมีโอกาสรื้อฟื้นการเจรจาและการติดต่อ ซึ่งชะงักมาตั้งแต่การระบาดของโควิด”


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : bbcreuterscna 

Leave a comment