‘ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย’ ปาฐกถาเรื่อง‘ประเทศกำลังพัฒนา และกฎหมายระหว่างประเทศ’ตามคำเชิญ‘จีน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/746922

‘ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย’  ปาฐกถาเรื่อง‘ประเทศกำลังพัฒนา  และกฎหมายระหว่างประเทศ’ตามคำเชิญ‘จีน’

‘ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย’ ปาฐกถาเรื่อง‘ประเทศกำลังพัฒนา และกฎหมายระหว่างประเทศ’ตามคำเชิญ‘จีน’

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้รับเชิญจากกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ไปแสดงปาฐกถาในการสัมมนาเรื่องประเทศกำลังพัฒนาและกฎหมายระหว่างประเทศที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ในโอกาสนั้น นายหลิว เจิ้น หมิน อดีตรองเลขาธิการสหประชาชาติและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ ณ เรือนรับรองของกระทรวงการต่างประเทศที่มีอายุหลายร้อยปี และได้รับเชิญให้เป็นผู้นำผู้ทรงคุณวุฒิที่มาเป็นผู้แสดงปาฐกถา เข้าพบหารือกับนายหนง หรง (Nong Rong) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ดูแลกิจการเอเชียและกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนมากล่าวเปิดการสัมมนาด้วย

การสัมมนานี้ สมาคมกฎหมายระหว่างประเทศจีน, สถาบันกฎหมายระหว่างประเทศเอเชีย และสถาบันกฎหมายระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น ร่วมกันจัดขึ้น ซึ่ง ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ ได้กล่าวว่าหัวข้อการสัมมนาทำให้นึกถึงหนังสือที่ตนเป็นบรรณาธิการร่วมกับศาสตราจารย์เฟรดเดอริค อี สไนเดอร์ ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ชื่อ Third World Attitudes Towards International Law พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ มาตินัส เนฮอฟ ในปีค.ศ.1987 (พ.ศ.2530) ซึ่งเกือบ 40 ปีผ่านไป หลายเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศก็ยังไม่มีความก้าวหน้า แต่หลายเรื่องก็มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าไปไกลมาก

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวว่า ทุกประเทศควรร่วมกันรักษาหลักกฎหมายที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ ในการรักษาสันติภาพ ความมั่นคงและการพัฒนา แต่สหประชาชาติก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนามีส่วนร่วมมากขึ้น และสามารถตอบสนองต่อภูมิรัฐศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศในยุคปัจจุบันซึ่งแตกต่างจากในช่วงที่สหประชาชาติถูกตั้งขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่สำคัญคือประเทศกำลังพัฒนาในแต่ละภูมิภาคควรแสดงจุดยืนเพื่อโน้มน้าวให้ประเทศมหาอำนาจดำเนินนโยบายต่างๆ โดยไม่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และแก้ปัญหาความเห็นต่างด้วยการหารือ ไกล่เกลี่ยและเจรจาต่อรองเป็นหลัก

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ ยังได้กล่าวว่าทุกประเทศควรช่วยกันสร้างหลักกฎหมายระหว่างประเทศมาดูแลเรื่องที่สร้างความไม่ไว้วางใจกันระหว่างประเทศมหาอำนาจ เช่น เรื่องเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าต่างๆ แทนที่จะใช้กฎหมายภายในมาต่อต้านเทคโนโลยีของประเทศคู่แข่ง หรือพยายามแยกส่วนเทคโนโลยีของมหาอำนาจอีกฝ่ายออกจากกัน นอกจากนี้ ประเทศต่างๆ ควรร่วมกันนำข้อผูกพันในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม, การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย 17 ข้อของสหประชาชาติ (SDG Goals) และวิกฤตภูมิอากาศไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม

การประชุม CoP 28 ปลายปีนี้จึงสำคัญเพราะจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากฎหมายระหว่างประเทศในด้านนี้จะพัฒนาไปจนถึงขั้นที่มีผลผูกพันสมาชิกให้ปฏิบัติตามแค่ไหน เพียงใด ส่วนในด้านเศรษฐกิจนั้น ได้มีพัฒนาการไปมาก เช่น ความร่วมมือในระบบภูมิภาคนิยม มาแทนที่การเจรจาขององค์การการค้าโลก (WTO) เช่น อาเซียนอาเซป (RCEP) การมีธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ๆ เกิดขึ้น การที่สกุลเงินหยวนของจีนมีบทบาทมากขึ้นในฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศและการชำระเงินระหว่างประเทศ รวมทั้งระบบการชำระเงินของจีน (CIPS) ที่หลายประเทศเริ่มใช้แทนระบบ SWIFT เหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาได้มีส่วนในการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ แต่จะประสบความสำเร็จเป็นกฎหมายระหว่างประเทศได้เพียงใดคงต้องดูต่อไป

ในตอนท้าย ศ.(พิเศษ) สุรเกียรติ์เน้นว่าประเทศกำลังพัฒนาควรร่วมกันเน้นการปรึกษาหารือ การไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างประเทศแม้มีความขัดแย้งอะไรก็ตาม แต่ความมีเสถียรภาพในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจเป็นสิ่งที่ต้องช่วยให้เกิดขึ้น เพราะเป็นจุดสำคัญที่จะเกิดสันติภาพ ความมั่นคงและการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งยังได้ชวนประเทศที่มีสิทธิเรียกร้องในเส้นเขตแดนทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้ให้มีการปรึกษาหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจในทะเลจีนใต้ ในห้วงเวลาที่การเจรจาเส้นเขตแดนทางทะเลยังตกลงกันไม่ได้

Leave a comment